วิจารณ์หนัง เจมส์ บอนด์ 007 สุดยอดหนังมันส์ ที่หลายๆคนก็ชอบ

วิจารณ์หนัง เจมส์ บอนด์ 007 สุดยอดหนังมันส์ ที่หลายๆคนก็ชอบ

พยัคฆ์ร้าย 007 Dr. No (1962)

พยัคฆ์ร้าย 007 (1962)
สแตรงเวย์ส หัวหน้าสถานีหน่วยสืบราชการลับอังกฤษในจาเมกาถูกฆ่า ทำให้สายลับอังกฤษ เจมส์ บอนด์—หรือรู้จักกันในรหัส 007—ถูกส่งไปยังจาเมกาเพื่อสืบสวน ระหว่างการสืบสวนนั้น บอนด์ได้พบกับ ควอเรล ชาวประมงจากหมู่เกาะเคย์แมน ซึ่งเคยทำงานให้กับ สแตรงเวย์ส โดยเขาได้เดินเรือไปยังหมู่เกาะรอบ ๆ เพื่อเก็บตัวอย่างแร่ โดยมีเกาะแห่งชื่อว่า แครปคีย์ ซึ่งเป็นบ้านของ ดร. โน
เมื่อบอนด์กับควอเรลไปยังเกาะดังกล่าว เขาได้พบกับนักงมหอยท้องถิ่นชื่อว่า ฮันนี ไรเดอร์ โดยทั้งสามคนถูกโจมตีโดยคนของโน ควอเรลถูกฆ่าด้วยรถแทรกเตอร์หุ้มเกาะพ่นไฟ บอนด์กับฮันนีถูกจับเป็นตัวประกัน ดร. โน บอกกับบอนด์ว่าเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สเปกเตอร์ ผู้บริการพิเศษต่อต้านสายลับ, ก่อการร้าย, ล้างแค้นและข่มขู่ โดยเขาวางแผนที่จะหยุดยั้งการปล่อยจวรดของโครงการเมอร์คิวรีที่แหลมคะแนเวอรัล ด้วยลำแสงวิทยุที่ขับเคลื่อนด้วยอะตอม บอนด์กับฮันนีหนีออกจากเกาะ พร้อมกับฆ่าโนและระเบิดฐานของเขา

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 2: เพชฌฆาต 007 (1963) — The Movie Database (TMDb)

เพชฌฆาต 007 (1963)
โครนสตีน หรือ “หมายเลขห้า” นักวางแผนขององค์การสเปกเตอร์ ได้รับคำสั่งจากหมายเลขหนึ่ง เพื่อวางแผนขโมยเครื่องถอดรหัสเลกเตอร์จากโซเวียตและขายเครื่องนั้นกลับไป พร้อมกับวางแผนล้างแค้นให้กับ ดร. โน อดีตสมาชิกสเปกเตอร์ โดยมี โรซา แคล็บบ์ หรือ หมายเลขสาม เป็นผู้ดำเนินการ เธอได้เลือก โดนัลด์ “เรด” แกรนต์ เป็นนักฆ่าและ ทาเทียนา โรมาโนวา พนักงานถอดรหัสประจำสถานกงสุลโซเวียตที่อิสตันบูลเป็นเหยื่อล่อโดยที่เธอไม่รู้ตัว
บอนด์เดินทางไปตุรกีและพบกัน อาลี เคริม เบย์ เจ้าหน้าที่เอ็มไอ6 ประจำตุรกี และพบกับโรมาโนวา หลังทั้งสามคนได้เครื่องเลกเตอร์แล้ว ก็ได้หลบหนีโดยขึ้นรถไฟโอเรียนต์เอ็กซ์เพรส อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกติดตามโดยแกรนต์ ซึ่งต่อมาได้ฆ่าเคริม เบย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโซเวียต แกรนต์ปลอมตัวเป็นสายลับอังกฤษและพบกันบอนด์ ในระหว่างอาหารค่ำ แกรนต์ได้วางยาโรมาโนวาและได้ต่อสู้กับบอนด์ บอนด์หลอกให้แกรนต์เปิดกระเป๋าของบอนด์ ซึ่งมีกับดักเป็นแก๊สน้ำตา ทำให้บอนด์ได้โอกาสต่อสู้กลับและฆ่าแกรนต์ บอนด์กับโรมาโนวาหนีไปเวนิซพร้อมกับเครื่องเลกเตอร์ โรซา แคล็บบ์ ปลอมตัวเป็นแม่บ้าน พยายามที่จะขโมยเครื่องเลกเตอร์และฆ่าบอนด์ แต่เธอถูกยิงโดยโรมาโนวา ดูหนังออนไลน์ 

จอมมฤตยู 007 Goldfinger (1964)

จอมมฤตยู 007 (1964)
บอนด์ได้รับคำสั่งให้สังเกตการณ์ ออริก โกลด์ฟิงเกอร์ พ่อค้าทองคำแท่ง บอนด์สงสัยว่าโกลด์ฟิงเกอร์โกงไพ่ บอนด์จึงเข้าไปที่ห้องของเขาและทำลายแผนการโดยการหันเหความสนใจผู้หญิงที่ช่วยโกลด์ฟิงเกอร์ หลังจากนั้นเธอก็ถูกฆ่าโดย ออดจอบ คนรับใช้และลูกน้องชาวเกาหลีของโกลด์ฟิงเกอร์ ต่อมาบอนด์ได้รับคำสั่งให้สืบสวนแผนการลักลอบขนทองของโกลด์ฟิงเกอร์ โดยบอนด์ตามเขาไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ บอนด์ถูกจับขณะที่กำลังสำรวจโรงงานของโกลด์ฟิงเกอร์และถูกวางยาสลบ โกลด์ฟิงเกอร์ได้นำบอนด์ไปที่ฟาร์มม้าของเขาที่เคนทักกีแล้วขังเขาไว้ที่นั่น บอนด์หลบหนีออกมาได้และสังเกตการประชุมของโกลด์ฟิงเกอร์กับมาเฟียสหรัฐ โดยโกลด์ฟิงเกอร์เสนอแผนที่จะปล้นทองจากฟอร์ต นอกซ์ โดยใช้อุปกรณ์ที่พวกเขาลักลอบนำเข้ามาให้เขา ต่อมาก็ได้ฆ่ามาเฟียทุกคนเพื่อที่โกลด์ฟิงเกอร์จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

บอนด์ถูกจับอีกครั้งหลังได้ยินรายละเอียดของแผนการ บอนด์ได้ล่อลวง พุสซี กาลอร์ นักบินส่วนตัวของโกลด์ฟิงเกอร์และโน้มน้าวให้เธอให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่อเมริกัน กองทัพส่วนตัวของโกลด์ฟิงเกอร์บุกเข้าไปยัง ฟอร์ต นอกซ์ และเข้าไปถึงห้องนิรภัย ที่นั่นบอนด์ได้ต่อสู้และฆ่าออดจอบ ขณะที่กองทหารอเมริกันต่อสู้กับกองทัพของโกลด์ฟิงเกอร์ด้านนอก โกลด์ฟิงเกอร์จี้เครื่องบินของบอนด์ แต่บอนด์ต่อสู้กับเขาและได้ยิงหน้าต่างเครื่องบิน ทำให้ความดันอากาศลดลง โกลด์ฟิงเกอร์จึงปลิวออกจากเครื่องบิน วิจารณ์หนัง

Thunderball (1965) ธันเดอร์บอลล์ 007 – หมื่นทิพ's Review

ธันเดอร์บอลล์ 007 (1965)
บอนด์สืบสวนการปล้นเครื่องบินทิ้งระเบิด อาฟโร วัลแคน ที่บรรทุกระเบิดปรมาณูสองลูก ซึ่งถูกขโมยโดยสเปกเตอร์ โดยองค์การได้เรียกค่าไถ่หากต้องการระเบิดคืน บอนด์ติดตามเบาะแสไปยังบาฮามาส ซึ่งเขาได้พบกับ เฟลิกซ์ ไลเทอร์ เพื่อนของเขาที่อยู่หน่วยซีไอเอ ทั้งคู่สงสัยเพลย์บอยผู้ร่ำรวย เอมิลิโอ ลาร์โก ซึ่งต่อมาได้เปิดเผยว่าเขาเป็น หมายเลขสองขององค์การสเปกเตอร์ โดยเขาได้รับคำสั่งจากหมายเลขหนึ่งอย่างลับ ๆ ให้ดำเนินการแผนนี้ บอนด์และไลเทอร์ได้ค้นหาบริเวณรอบ ๆ เรือยอชต์ของเขาและพื้นที่ที่เรือยอชต์แล่นผ่าน หลังจากเจอเครื่องบินแล้ว แต่ไม่พบระเบิดปรมาณู สายลับทั้งสองจึงติดตามเรือยอชต์ของลาร์โกและซุ่มโจมตีขณะที่ระเบิดกำลังถูกย้ายโดยลาร์โก

 

วิจารณ์หนัง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ในตำนาน ที่จะทำให้คุณสนุกไม่ลืม

วิจารณ์หนัง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ในตำนาน ที่จะทำให้คุณสนุกไม่ลืม

Lord of the Rings' Is the Perfect Comfort in Times of Crisis | The Mary Sue

The Fellowship Of The Ring
ดูบทความหลักที่: วิจารณ์หนัง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตอน มหันตภัยแห่งแหวน
เล่มที่หนึ่งเริ่มต้นเหตุการณ์ด้วยงานวันเกิดของบิลโบในแคว้นไชร์ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 60 ปีหลังจากเหตุการณ์ในเรื่อง เดอะฮอบบิท บิลโบตัดสินใจออกเดินทางผจญภัยอีกครั้ง ทิ้งมรดกทั้งปวงรวมถึง “แหวน” วงนั้น ให้แก่ญาติคนหนึ่งที่เขารับไว้เป็นทายาท ชื่อว่าโฟรโด แบ๊กกิ้นส์ หลังจากงานวันเกิดผ่านไป พ่อมดเทาแกนดัล์ฟ เพื่อนเก่าแก่ของครอบครัวก็ย้อนกลับมาที่ไชร์ และพิสูจน์ได้ว่าที่แท้แหวนของบิลโบวงนั้นคือ แหวนเอก ซึ่งเซารอนเจ้าแห่งความมืดติดตามหามาตลอดช่วงยุคที่สาม เวลาเดียวกันนั้น กอลลัมเดินทางเข้าไปที่มอร์ดอร์และโดนจับตัวได้ ทำให้เซารอนรู้ว่าแหวนตกไปอยู่ในความครอบครองของ “แบ๊กกิ้นส์” ดูหนังออนไลน์ 

เซารอนส่งภูตแหวนออกมาติดตามหาแหวน แต่แกนดัล์ฟได้สั่งให้โฟรโดเดินทางออกจากไชร์แล้ว พร้อมกับแซมไวส์ แกมจี (แซม) คนรับใช้และคนสวนของตระกูล นอกจากนี้ยังมีเพื่อนฮอบบิทอีกสองคนของโฟรโดติดตามมาด้วย คือเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก (เมอร์รี่) กับ เปเรกริน ตุ๊ก (ปิ๊ปปิ้น) ทั้งหมดเดินทางออกจากไชร์จากดินแดนบั๊กแลนด์เข้าสู่ป่าดึกดำบรรพ์ ได้พบกับทอม บอมบาดิล และไปถึงเมืองบรีได้พบกับมนุษย์ผู้หนึ่งชื่อว่า สไตรเดอร์ หรืออารากอร์น บุตรแห่งอาราธอร์น ผู้นำแห่งเหล่าดูเนไดน์แห่งดินแดนเหนือ ซึ่งเป็นทายาทบัลลังก์อาร์นอร์และกอนดอร์ อารากอร์นพาพวกฮอบบิทเดินทางไปจนถึงริเวนเดลล์ แต่ระหว่างทางพวกเขาถูกภูตแหวน (นาซกูล) โจมตี และโฟรโดได้รับบาดเจ็บสาหัส กลอร์ฟินเดล เอลฟ์สูงศักดิ์คนหนึ่งมาพบและช่วยเหลือพวกเขาไว้ได้ทัน

ในเล่มสอง โฟรโดได้รับการรักษาจากเอลรอนด์ เจ้าผู้ครองริเวนเดลล์ และได้พบกับบิลโบซึ่งออกเดินทางมาพักผ่อนอยู่ที่นี่ นอกจากนั้นยังมีผู้แทนจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ พากันเดินทางมาริเวนเดลล์ (ได้แก่เอลฟ์ คนแคระ และมนุษย์ จากอาณาจักรต่าง ๆ) จึงเกิดเป็นการประชุมเรียกว่า ที่ประชุมของเอลรอนด์ เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางในการต่อต้านเหล่าปีศาจ ที่ประชุมสรุปว่าหนทางเดียวที่จะต่อกรกับเจ้าแห่งความมืดได้ คือต้องทำลายแหวนเอกเสียเท่านั้น โดยต้องนำแหวนไปทิ้งลงในปล่องภูเขาไฟในเมาท์ดูม ซึ่งเป็นไฟที่ใช้สร้างมันขึ้นมา โฟรโดรับอาสาภารกิจนี้ เอลรอนด์จึงแต่งตั้ง “คณะพันธมิตรแห่งแหวน” เพื่อช่วยเหลือโฟรโดในระหว่างการเดินทาง

คณะพันธมิตรแห่งแหวนเดินทางผ่านทุ่งหญ้า เทือกเขา เข้าไปในเหมืองมอเรีย โดยมีกอลลัมแอบติดตามไปตลอดทาง เมื่อพวกเขาเข้าไปในเหมือง กลับถูกลอบโจมตีโดยพวกออร์คกับบัลร็อกที่เข้าไปยึดเหมืองนั้นไว้ก่อนแล้ว แกนดัล์ฟต่อสู้กับบัลร็อกเพื่อให้ชาวคณะหลบหนีไปได้ แต่ตัวเขาเองต้องตกลงไปในปล่องเหวอันมืดมิดใต้มอเรีย เมื่อคณะพันธมิตรหนีออกจากมอเรียได้ อารากอร์นจึงพาคนที่เหลือหนีไปยังลอธลอริเอน อาณาจักรของเลดี้กาลาเดรียลและลอร์ดเคเลบอร์น หลังจากนั้นจึงออกเดินทางต่อมาถึงน้ำตกใหญ่ในแม่น้ำอันดูอิน โฟรโดตัดสินใจจะเดินทางต่อเพียงลำพัง เนื่องจากโบโรเมียร์ถูกอำนาจแหวนล่อลวงจนคิดจะแย่งแหวนมาครองเอง แต่ขณะโฟรโดจะแอบหนีไป แซมตามมาทันและขอร่วมเดินทางไปด้วย

The Lord of the Rings: The Two Towers (2002) [1000 x 1500] | Lord of the rings, The two towers, Lotr movies

The Two Towers
ดูบทความหลักที่: ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตอน หอคอยคู่พิฆาต
ในหนังสือภาคสอง เหตุการณ์ในเรื่องจะแยกออกเป็นสองส่วน โดยที่เล่มสามบรรยายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับคณะพันธมิตรแห่งแหวนที่เหลืออยู่ คือซารูมานส่งอูรุกไฮมาชิงตัวผู้ถือแหวน แต่พวกมันเข้าใจผิดจึงจับตัวเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้นไป โบโรเมียร์ต่อสู้เพื่อป้องกันฮอบบิททั้งสองจนเสียชีวิต อารากอร์น เลโกลัส และกิมลี ตัดสินใจไปช่วยเหลือเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้น ทั้งสามได้พบกับแกนดัล์ฟซึ่งคืนชีพใหม่เป็น แกนดัล์ฟ พ่อมดขาว หลังจากต่อสู้เอาชนะบัลร็อกแล้วจึงถูกส่งกลับมามิดเดิลเอิร์ธอีกครั้งเพราะภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งสี่เดินทางไปยังอาณาจักรโรฮัน และช่วยโรฮันต่อสู้กับซารูมานในสมรภูมิป้อมฮอร์นเบิร์ก เวลาเดียวกันนั้นเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้นหนีพ้นจากพวกอูรุกไฮ และไปอยู่ในความดูแลของพวกเอนท์ ช่วยพวกเอนท์โจมตีไอเซนการ์ด ขังซารูมานไว้ในหอคอย จากนั้นทั้งสองกลุ่มได้มาพบกันอีกครั้งหลังสิ้นสุดสงคราม

เล่มสี่เล่าเหตุการณ์ทางด้านของโฟรโดและแซม ที่หาทางเข้าไปยังเมาท์ดูม ทั้งสองจับตัวกอลลัมได้และบังคับให้มันนำทางเข้าไปในมอร์ดอร์ แต่เมื่อไปถึงประตูดำก็พบกองทัพจำนวนมากจึงไม่อาจผ่านเข้าไปได้ กอลลัมเสนอหนทางลับเข้าไปในมอร์ดอร์ ผ่านทางหุบเขาอันน่าสยดสยองแห่งมินัสมอร์กูล ระหว่างทางพวกเขาโดนกองกำลังลาดตระเวนของกอนดอร์จับตัวได้ และได้พบฟาราเมียร์ น้องชายของโบโรเมียร์ โฟรโดอธิบายให้ฟาราเมียร์เข้าใจสถานการณ์และเห็นพ้องว่า การทำลายแหวนทิ้งเสียจะเป็นการดีกว่านำแหวนกลับไปใช้เป็นอาวุธ ในตอนท้ายเล่ม กอลลัมหักหลังโฟรโดโดยพาเขาไปติดกับอยู่ในถ้ำของนางแมงมุมชีล็อบ โฟรโดถูกพิษแมงมุมสิ้นสติไป แต่แซมเข้าสู้กับนางและไล่นางไปได้ พวกออร์คผ่านมาพอดีจึงจับตัวโฟรโดไป ฝ่ายแซมซึ่งคิดว่าเจ้านายของตนตายแล้วจึงได้เอาแหวนมาเก็บไว้ ทำให้แหวนรอดจากเงื้อมมือพวกออร์คโดยบังเอิญ เวลาเดียวกันนั้นเซารอนส่งกองทัพใหญ่ออกไปสู่สมรภูมิบนมิดเดิลเอิร์ธ เป็นการรบครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามแหวน โดยมีวิชคิง หัวหน้าเหล่าภูตแหวน เป็นแม่ทัพเข้าโจมตีกอนดอร์

วิจารณ์หนัง The Hunger Games แล้วคุณจะได้พบกับความสนุกของหนังเรื่องนี้

วิจารณ์หนัง The Hunger Games แล้วคุณจะได้พบกับความสนุกของหนังเรื่องนี้

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1

วิจารณ์หนัง นอกสนามประลอง  เมื่อหนังในภาคนี้ไม่มีสนามประลองแห่งเกมล่าชีวิตอยู่อีกต่อไป ภายหลังจากการแข่งขันอันเข้มข้นใน Quarter Quell ครั้งล่าสุด ที่สาวน้อยผู้มากับไฟ แคทนิส เอเวอร์ดีน(เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงขึ้น และมันได้นำมาซึ่งจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของสงครามที่แท้จริง ที่เธอจะไม่ยอมสยบต่อแคปปิตอลอีกต่อไป โดยมีแคทนิสในฐานะสัญลักษณ์ของ “ม็อคกิ้งเจย์” จะเป็นผู้นำในการลุกขึ้นต่อต้านครั้งนี้ร่วมกับ เกล(เลียม เฮมส์เวิร์ธ) เพื่อนรักจากเขต 12, ฟินนิค เพื่อนร่วมเกมจาก Quarter Quell และพลูตาร์ช เกมเมคเกอร์ที่ขอหักหลังแคปิตอล แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อชายหนุ่มที่เคยต่อสู้เคียงข้างเธออย่างพีต้า เมลลาร์ค (จอช ฮัทเชอร์สัน) ต้องถูกแคปปิตอลจับเป็นตัวประกัน ดูหนังออนไลน์ 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือภาคนี้เคทนิสเองถูกผลักดันขึ้นมาเป็นตัวแทนผู้นำในการต่อต้านกับแคปปิตอล ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วตัวเธอเองก็เพิ่งจะบอบช้ำมาจากการที่ต้องรู้ความจริงว่าพีต้าถูกสโนว์จับตัวไปเป็นตัวประกัน ความสับสนและความซับซ้อนทางอารมณ์ของแคทนิสถูกเปิดเผยออกมาให้ผู้ชมเห็นว่าเธอก็เป็นปุถุชนคนหนึ่งที่ยังคงหวาดกลัวการถูกคุกคามอยู่ดี

อันที่จริงแล้วแผนการปฏิวัติจะเกิดขึ้นและเป็นผลสำเร็จไม่ได้เลยถ้าหากตัวแคทนิสเองไม่ยอมต่อต้าน “กฎ” ในเกมล่าชีวิตภาคแรก นั่นยังไม่รวมไปถึงการที่เธอเลือกจะยิงธนูใส่สนามพลังในภาคถัดมา และแน่นอนเมื่อไฟแห่งการปฏิวัติถูกจุดให้ติดขึ้นแล้ว กลุ่มผู้ต่อต้านจึงคิดว่าแคทนิสนี่แหละคือ “สัญลักษณ์” ในการปลุกระดมมวลชนให้เห็นคล้อยตามไปกับพวกเขา กับการเลิกจำนนต่อการปกครองแบบเอารัดเอาเปรียบของแคปปิตอล

อย่างไรก็ตามความสนุกอีกอย่างนอกจากฉากแอ็คชั่นในหนังภาคนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าเขต 13 (กลุ่มผู้ต่อต้านและแคปปิตอล(ประธานาธิบดีสโนว์) ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Propaganda หรือโฆษณาชวนเชื่อในการสร้าง “เหตุผล” เพื่อโน้มน้าวมวลชนของตัวเองให้คล้อยตามไปกับสิ่งที่พวกเขาพยายามจะสื่อสารออกไป โดยที่เขต 13 ก็พยายามจะใช้แคทนิสเป็นม็อกกิ้งเจย์สัญลักษณ์แห่งอิสรภาพในการปลดเปลื้องพันธนาการจากแคปปิตอล ในขณะที่ทางแคปปิตอลเองก็ใช้เชลยอย่างพีต้าในการพูดให้ทางแคทนิสใจอ่อนและเกิดความไม่มั่นใจเพราะเป็นห่วงในสวัสดิภาพของคนรัก(หรือเพื่อนรัก) อย่างพีต้า

สำหรับตัวละครอย่างประธานาธิบดี อัลม่า คอยน์(จูลี่แอนน์ มัวร์) ก็จัดได้ว่าเธอเป็นตัวละครที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบครั้งยิ่งใหญ่ในการปกป้องผู้คนที่เธอต้องดูแล อย่างที่ทราบกันดีว่าเขต 13 นั้นในความเข้าใจของแคปปิตอลนั้นมันเป็นเขตที่หายสาบสูญไปจากแผนที่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการถ่ายทอดบท “ผู้นำ” ของจูลี่ก็เรียกได้ว่าทรงพลังไม่แพ้กับแคทนิสเลยเช่นกัน

นอกเหนือไปจากนี้ 1 ในฉากที่ดีที่สุดและชวนลุ้นระทึกที่สุดในเรื่องก็คงหนีไม่พ้นฉากเข้าไปชิงตัวประกันที่เรียกได้ว่า ผู้กำกับอย่างฟรานซิส ลอว์เรนซ์สามารถคุมจังหวะในการเร้าอารมณ์ผู้ชมให้ลุ้นตามไปกับทีมหน่วยกล้าตาย(เกล) ในการบุกเข้าไปในตึกของแคปปิตอล ตัดสลับกับการเจรจาถ่วงเวลาระหว่างแคทนิสกับประธานาธิบดีสโนว์

ภาพรวมของหนังเรียกได้ว่ายังคงดูสนุก แม้ว่าบางส่วนที่เยิ่นเย้อก็สามารถตัดออกไปได้ (แต่เข้าใจเจตนาในการหั่นหนังเป็นสองภาคเพราะปัจจัยหนึ่งก็มาจากเรื่องเงินรายได้) น่าเสียดายที่ไคลแมกซ์ของเรื่องแม้ว่าอาจจะไม่ได้ลุ้นจนตัวโก่ง