การตลาดคืออะไร?? และความสำคัญใน การวางแผนการตลาด ในปัจจุบัน

การตลาดคืออะไร?? และความสำคัญใน การวางแผนการตลาด ในปัจจุบัน

การตลาดออนไลน์ คืออะไร สำคัญอย่างไร

ความหมายของการตลาด

การวางแผนการตลาด ความหมายของการตลาด สมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำจำกัดของคำว่า”Marketing”ไว้ดังนี้

การตลาด คือ การกระทำกิจกรรมต่างๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้นๆ ให้ได้รับความพึงพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ

องค์ประกอบของการตลาด

1.มีสิ่งที่จะโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ คือ สินค้าหรือบริการ

2.มีตลาด คือ ผู้ชื้อที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ

3.มีผู้ขายสินค้าหรือบริการ

4.มีการแลกเปลี่ยน

ตลาดตามความหมายของบุคคลทั่วไป

ตลาด หมายถึง สถานที่ ที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน สถานที่ผู้ซื้อผู้ขายจะไปตกลงซื้อขายสินค้ากัน

ตลาดตามความหมายของนักธุรกิจหรือนักการตลาด

ตลาด คือ บุคคล หน่วยงาน องค์กรที่มีความคิดที่จะซื้อสินค้า มีอำนาจซื้อ และมีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ

การตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจ: ขั้นตอนและวิธีการเริ่มต้น | Bank Chatchadol

ความสำคัญของการตลาด

การตลาด มีบทบาท สำคัญ ต่อการ พัฒนาคุณภาพชีวิต และ ยกระดับ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ในสังคม ทำให้เกิดการพึ่งพา อาศัย กันอย่างเป็นระบบ ในสังคมมนุษย์แต่ละคน สามารถประกอบ อาชีพที่ ตนเอง ถนัดและได้ ใช้ความรู้ความสามารถ ของแต่ละบุคคลได้ อย่างเต็มกำลัง ความสามารถ และ การตลาดมีบทบาท อย่างใหญ่หลวง ต่อความเจริญเติบโต และ พัฒนาการทางเศรษฐกิจของ ประเทศ เนื่องจากการตลาด เป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการวิจัย และพัฒนา หาสิ่งแปลกใหม่ มาสนองความ ต้องการ ของตลาด และสังคม ทำให้ผู้บริโภค มีโอกาส เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ต้องการ ได้หลายทาง และ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถ ตอบสนอง ความต้องการ สร้างความพึงพอใจ ให้แก่ผู้บริโภค จึงมีผลทำให้เกิด การจ้างงาน เกิดรายได้กับแรงงาน และธุรกิจ ทำให้ประชาชน มีกำลังการซื้อ และสามารถสนอง ความต้องการในการบริโภค ซึ่งทำให้ มาตรฐาน การครองชีพของบุคคล ในสังคมมีระดับสูงขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความสำคัญ ของการตลาดอาจกล่าวได้ดังนี้

1. การตลาดเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน การดำเนินการตลาดของธุรกิจจะทำให้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคเข้ามาใกล้กัน และสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้บริโภคด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค จนทำให้เกิดการ แลกเปลี่ยนในระดับผู้ซื้อและผู้ขายเกิดความพึงพอใจ การตลาดยังไม่ได้เป็นเพียง เครื่องมือทำให้ เกิดการแลกเปลี่ยนเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องมือที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความซื่อสัตย์ภักดีต่อผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้ หรือซื่อซ้ำเมื่อมี ความต้องการ

2. การตลาดเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค การดำเนินการทางการตลาดทำให้ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองและสร้างความ พึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้ ด้วยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับภาวการณ์ สถานภาพ ของผู้บริโภคด้วยการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในปริมาณ ในเวลา ในสถานที่ที่ผู้บริโภคต้องการ ในราคา ที่ผู้บริโภคมีกำลังการซื้อ และโอนความเป็นเจ้าของได้ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค นอกจากจะดำเนินการในหน้าทางการตลาด ให้เกิดการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันในเรื่องดังกล่าว สิ่งที่สำคัญจะต้องกระทำอีกประการหนึ่งก็คือ การสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคในกิจกรรมดังกล่าว

3. การตลาด เป็นตัว ผลักดัน ให้มีการพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ ด้วยแนวคิด ของการตลาด ในการมุ่งสนอง ความต้องการ และ สร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้บริโภค และรับผิดชอบต่อสังคม ผลักดันให้ผลิตต้องพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ์ให้ตรงต่อความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค ตลอดจนจูงใจผู้บริโภคด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ และการตลาดระบบการตลาดเสรี ซึ่งมีการ แข่งขัน กันมาก ในการสร้าง ความพึงพอใจ และจูงใจผู้บริโภค จึงยิ่งเป็นแรงผลักดันให้มีการพัฒนาปรับปรุง ผลิตภัณฑ์เพื่อการแข่งขัน ในตลาดเสรี

4. การตลาด เป็นกลไกใน การเสริมสร้าง ระบบเศรษฐกิจ ด้วยการ ก่อให้เกิด การบริโภค และการพึ่งพากัน อย่างเป็นระบบ มีความเชื่อมโยง สัมพันธ์ กับ
ระบบ เศรษฐกิจ ทั้งระบบ การสร้าง ความต้องการ และการสนอง ความต้องการ ในการบริโภค ผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิด การไหลเวียน ในระบบเศรษฐกิจ คือเกิดการจ้างงาน เกิดรายได้ เกิดการบริโภค และเกิดการใช้แรงงาน ซึ่งจะมี การพึ่งพากัน และเชื่อมโยง ไหลเวียน ตามลำดับ อย่างเป็นระบบ ผลจะทำให้การดำรงชีวิต ของมนุษยชาติในสังคมอยู่ในระดับที่มีการกินดีอยู่ดี มีความเป็นอยู่ อย่างเป็นสุขโดยทั่วกัน

8 เทรนด์การตลาดแห่งเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2561 | Brand Inside

ความสำคัญของการตลาดอาจจำแนกให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นโดยพิจารณาจากการตลาดมีความสำคัญ ต่อสังคมและบุคคลดังนี้

1.ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมให้สูงขึ้น

2.ทำให้พฤติกรรม อุปนิสัย ความเชื่อ ค่านิยมและลักษณะการดำรงชีพของบุคคล ในสังคมเปลี่ยนไป

3.เกิดอาชีพต่าง ๆ แก่บุคคลในสังคมเพิ่มมากขึ้น

นอกจากความสำคัญต่อบุคคลและสังคมแล้ว การตลาดยังมีความสำคัญต่อระบบ เศรษฐกิจโดยตรงดังนี้

1.ช่วยให้รายได้ประชากรสูงขึ้น

2.ทำให้เกิดการหมุนเวียนของปัจจัยการผลิต

3.ช่วยสร้างความต้องการในสินค้าและบริการ

4.ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของเศรษฐกิจ

5.ให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ

ประโยชน์ของกิจกรรมทางการตลาด

(1) อรรถประโยชน์ด้านรูปแบบ (Form Utility) จะเกิดขึ้นจากการผลิตโดยตรง และการ เข้ามาช่วยเสริมโดยการค้นหาถึงความต้องการของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์โดยให้ข้อมูลแก่ผลฝ่ายผลิต

(2) อรรถประโยชน์ด้านสถานที่ (Place Utility) การตลาดช่วยอำนวย ความสะดวก ด้านสถานที่ เพราะเป็นกิจกรรมที่นำผลิตภัณฑ์ไปสู่สถานที่ที่ลูกค้าเป้าหมายอยู่

(3) อรรถประโยชน์ด้านเวลา (Time Utility) การตลาดช่วยสร้างอรรถประโยชน์ ด้านเวลาให้กับลูกค้า โดยมีสินค้าพร้อมในเวลาที่ลูกค้าต้องการ

(4) อรรถประโยชน์ด้านความเป็นเจ้าของ (Possession Utility) การตลาดช่วยสร้างความ พึงพอใจจากการ ได้เป็นเจ้าของสินค้าต่าง ๆ โดยทำให้ผู้บริโภคมีโอกาส ได้ซื้อสินค้าและมี กรรมสิทธ์ในสินค้านั้น

(5) อรรถประโยชน์ในด้านภาพลักษณ์ (Image Utility) ตลาดช่วยสร้างคุณค่าหรือ ภาพลักษณ์ ของผลิตภัณฑ์ในความรู้สึกนึกคิดของบุคคล โดยอาศัยการส่งเสริมการตลาด ได้แก่ การใช้การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์

ส่วนประสมการตลาด

ส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) คือ เครื่องมือหรือปัจจัยทางการตลาดที่ควบคุมได้ที่ธุรกิจต้องใช้ร่วมกัน เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจแก่กลุ่มลูกค้า เป้าหมาย หรือเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกิดความต้องการสินค้าและบริการของตน ประกอบด้วยส่วนประกอบ 4 ประการ หรือ 4P’s คือ

1. ผลิตภัณฑ์(Product)

2. ราคา (Price)

3. สถานที่จำหน่าย (Place)

4. การส่งเสริมการตลาด (Promotion)

กลยุทธ์ส่วนประกอบการตลาด” (Marketing mix strategv)

ส่วนประสมการตลาด หมายถึง กลุ่มเครื่องมือการตลาดซึ่งธุรกิจใช้ร่วมกันเพื่อให้บรรณลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดในตลาดเป้าหมายเครื่องมือการตลาด 4 ประการ ได่แก่

1. กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product) ผลิตภัณฑ์หมายถึง สิ่งที่นำเสนอกับการตลาดเพื่อความสนใจ (attcntion) ความอยากได้ (Acquistion) การใช้ (Using) หรือการบริโภค (Consumtion)

ที่สามารถตอบสนองความต้องการ นักการตลาดจึงกำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ด้านต่างๆคือ

– ขนาดรูปร่างลักษณะ และคุณสมบัติอะไรบ้างที่ผลิตภัณฑ์ควรมี

– ลักษณะการบริการที่สำคัญของผู้บริโภคคืออะไร

– การรับประกันและโปรแกรมการให้บริการอะไรบ้างที่ควรจัดให้

– ลักษณะของผลิตภัณฑ์ประกอบที่เกี่ยวข้องคืออะไร

2. กลยุทธ์ด้านราคา (Price strategy) ราคาหมายถึง สิ่งที่บุคคลจ่ายสำหลับสิ่งที่ได้มา ซึ่งแสดงถึงในรูปของเงิน นักการตลาดต้องตัดสินใจในราคา ลักษณะความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค มูลค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้าต้องมากกว่าต้นทุน (Cost) หรือราคา (Price)ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อก็ต่อเมื่อ มูลค่ามากกว่าราคาสินค้า

3. กลยุทธ์การจัดจำหน่าย (Place or distribution strategy) การจัดจำหน่าย หมายถึงการเลือกและการใช้ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาด ประกอบด้วย คนกลาง บริษัทขนส่ง และบริษัทเก็บรักษาสินค้า ดังนี้โดยสร้างอรรถประโยชน์ทางด้านเวลา สถานที่ ความเป็นเจ้าของ ที่เพื่อให้เคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ หรือจากองค์กรไปยังตลาด กาจัดจำหน่ายได้รับ อิทธิพลจากพฤติกรรมผู้บริโภคดังนี้

– ความจำเป็นของบริษัทที่จะทำการควบคุมกิจกรรมต่าง

– ลักษณะโครงสร้างการจัดจำหน่าย เพื่อการค้าปลีก อะไรบ้างที่ควรใช้ในการเสนอขาย ผลิตภัณฑ์

4. กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด (Promotion strategy) การส่งเสริมการตลาดหมายถึง การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างทัศนคติ และพฤติกรรมการซื้อ ได้แก่

– การโฆษณา

– การประชาสัมพันธ์

– การขายโดยพนักงานขาย

– การส่งเสริมการขาย

– การตลาดทางตรง

การโฆษณา (Advertising)

คือ การเสนอขายสินค้า บริการ หรือความคิดโดยการใช้สื่อ เพื่อให้ เข้าถึงลูกค้าจํานวนมากได้ ในเวลาอันรวดเร็ว สื่อโฆษณาที่สําคัญประกอบด้วย โทรทัศน์ วิทยุหนังสือพิมพ์ นิตยสารป้ายโฆษณา

เศรษฐกิจพอเพียง กับการวางแผนทางการเงิน - บอกเล่าความสุข | MBK LIFE

ประเภทของการโฆษณา

1. จัดตามประเภทกลุ่มเป้าหมาย (By Target Audience) แบ่งออกได้ดังนี้

1.1 การโฆษณาที่มุ่งสู่ผู้บริโภค (Consumer Advertising)

1.2 การโฆษณาที่มุ่งสู่หน่วยธุรกิจ (Business Advertising)

2. จัดตามประเภทอาณาบริเวณทางภูมิศาสตร์ (By Geographic)

2.1 การโฆษณาที่มุ่งต่างประเทศ (International Advertising)

2.2 การโฆษณาระดับชาติ (National Advertising)

2.3 การโฆษณาในเขตใดเขตหนึ่ง (Regional Advertising)

2.4 การโฆษณาระดับท้องถิ่น (Local Advertising)

3. จัดตามประเภทสื่อ (By Medium)

3.1 ทางโทรทัศน์

3.2 ทางวิทยุ

3.3 ทางนิตยสาร

3.4 โดยใช้จดหมายตรง

3.5 นอกสถานที่

4. จัดตามประเภทเนื้อหา หรือ จุดมุ่งหมาย (By Content or Purpose)

4.1 การโฆษณาผลิตภัณฑ์กับการโฆษณาสถาบัน

4.2 การโฆษณาเพื่อหวังผลทางการค้ากับการโฆษณาที่ไม่หวังผลทางการค้า

4.3 การโฆษณาให้เกิดกระทำกับการโฆษณาให้เกิดการรับรู้

การประชาสัมพันธ์

หมายถึง ความพยายามที่มีการวางแผน โดยกิจการหนึ่งเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อองค์การ ให้เกิดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง วิธีการประชาสัมพันธ์ที่นิยมใช้มีดังนี้

1. การใช้สิ่งพิมพ์ (Publication)

2. การใช้เหตุการณ์พิเศษ (Events)

3. การให้ข่าว (News)

4. การกล่าวสุนทรพจน์ (Speeches)

การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion)

หมายถึง การจูงใจโดยเสนอคุณค่าพิเศษแก่ผู้บริโภค คนกลาง หรือ หน่วยการขาย เพื่อเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ในทันที นอกเหนือจากกิจกรรมที่ทำอยู่เป็นประจำ

1. การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค (Consumer Promotion)
1.1 การแจกคูปอง (Coupons)
1.2 การลดราคา (Price Off)
1.3 การรับประกันให้เงินคืน (Refund)
1.4 การคืนเงิน (Rabates)
1.5 การให้ของแถม (Premiums)
1.6 การแจกตัวอย่างสินค้า (Sampling)
1.7 การจัดแสดงสินค้า ณ จุดซื้อ (Point of Purchase Display)
2. การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่คนกลาง (Trade or Dealer Promotion)
2.1 ข้อตกลงการค้า (Trade deals)
2.2 ส่วนลด (Discount)
2.3 ส่วนยอมให้ (Allowances)
2.4 การโฆษณาร่วมกัน (Cooperative Advertising)
2.5 การแถมตัวอย่างแก่คนกลาง (Dealer Free Goods)
2.6 การแข่งขันทางการขาย (Sales Contest

3. การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย (Sales Forces Promotion)
3.1 การแข่งขันทางการขาย (Sales Contest)
3.2 การฝึกอบรมการขาย (Sales Training)
3.3 การมอบอุปกรณ์ช่วยขาย (Selling Aids)
3.4 การกำหนดโควต้าการขาย (Sales Quota)
3.5 การให้สิ่งจูงใจจากการหาลูกค้าใหม่ (New Customer Incentives)

การขายโดยใช้พนักงานขาย (Personal Selling)

เป็นการติดต่อสื่อสารทางตรงแบบเผชิญหน้าระหว่างผู้ขายและลูกค้าที่คาดหวัง” การขายโดยใช้พนักงานขาย ถือเป็นการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง (Two Way Communication) โดยเน้นในการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของพนักงานขายทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของกิจการได้

เป็นการตลาดที่เน้นการสื่อสารทางตรงระหว่างผู้ขายกับลูกค้า เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดความต้องการและตัดสินใจซื้อ โดยปัจจุบันพนักงานขายจะต้องมีความสามารถรอบด้าน ทั้งในการจูงใจให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นให้กับลูกค้าได้

การตลาดทางตรง (Direct Marketing)

เป็นการติดต่อสื่อสารส่วนตัว ระหว่าง นักการตลาด และกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้การส่งจดหมายตรง โทรศัพท์ หรือวิธีการอื่นๆ ผ่านสื่ออย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน โดยนักการตลาดสามารถวัดผลการตอบสนองจากผู้บริโภคได้

รูปแบบของสื่อที่ใช้ในการตลาดทางตรง แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

การใช้สื่อโดยตรง เพื่อติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายที่คัดเลือกแล้ว และคาดว่ามีแนวโน้มที่จะต้องการสินค้าและบริการ โดยมากจะได้รับการตอบกลับสูงเช่น ไปรษณีย์ โทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์

การใช้สื่อมวลชน เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก สร้างฐานข้อมูลลูกค้าให้มากขึ้น เช่น วิทยุกระจายเสียง สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์  รับทำ marketing

ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ เอาใจคนรักสุขภาพกับไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ

ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ เอาใจคนรักสุขภาพกับไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ

ไอศกรีมงาดำ หวานเย็นชื่นใจได้สุขภาพ

ส่วนผสม ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ

  • น้ำเต้าหู้ (ใช้แบบสำเร็จรูปก็ได้)
  • ​งาดำคั่วบด
  • ​​น้ำตาลทราย (ปริมาณมาก-น้อยตามชอบ)
  • ​เกลือสมุทร 1 หยิบมือ (ไม่ใส่ก็ได้) สมัครบาคาร่า

วิธีทำ ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ

     1. ใส่น้ำเต้าหู้  งาดำคั่วบด  น้ำตาลทราย และเกลือสมุทร ผสมรวมกัน นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด จากนั้นยกลงจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็น

2. เทส่วนผสมที่เย็นแล้วใส่พิมพ์ ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็งจนจับตัวเป็นน้ำแข็ง

3. นำออกจากตู้เย็น จะใช้ส้อมขูดก็ได้ ในสูตรใช้เครื่องตีแบบมือถือ (Hand Mixer) เพราะรวดเร็วและได้น้ำแข็งเกล็ดละเอียดกว่า จากนั้นนำกลับไปแช่ให้แข็งแล้วนำมาปั่น ทำแบบนี้สัก 2-3 รอบ ยิ่งทำมากก็ยิ่งจะได้เกล็ดน้ำแข็งละเอียดมาก พอเซตตัวแล้วจัดเสิร์ฟกับท็อปปิ้งตามชอบ

องค์ประกอบพื้นฐาน และหน้าที่ ของการตลาด มีอะไรบ้าง??

องค์ประกอบ พื้นฐาน และหน้าที่ ของการตลาด

Image result for การตลาด

การตลาด พื้นฐาน มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
องค์ประกอบของการตลาดพื้นฐานได้แก่ ราคา ผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการขาย และ ช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งทั้งสี่ปัจจัยนี้เป็นส่วนผสมการตลาดที่ต้องถูกออกแบบมาให้สอดคล้องเกื้อหนุนกัน และถูกสร้างให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า โดยเป้าหมายของส่วนผสมการตลาดก็คือการใช้เพื่อพิจารณาวางแผนกลยุทธ์การตลาด

ซึ่งนักการตลาดสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆเพื่อส่งเสริมแผนการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง หรือการโน้มน้าวให้ลูกค้าอยากซื้อ

ราคา – รวมถึงกลยุทธ์การตั้งราคาต่างๆ เช่นการตั้งราคาถูกเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ หรือการตั้งราคาแพงเพื่อเพิ่มคุณค่าทางมองลูกค้า

ผลิตภัณฑ์ – การสร้างและหาวิธีสื่อสารจุดขายของผลิตภัณฑ์ (unique selling point) รวมถึงการวางภาพลักษณ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการปรับวิธีการใช้งานให้เหมาะกับลูกค้า

ช่องทางการขาย – หมายถึงการพิจารณาช่องทางการขายให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า เช่นช่องทางไหนที่ลูกค้าเยอะช่องทางไหนที่ขายแล้วกำไรดี

การส่งเสริมการขาย – หมายถึงการจัดโปรโมชั่น ทำโฆษณา หรือทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้ามีความอยากซื้อมากขึ้น

หน้าที่ของการตลาด
หน้าที่ของการตลาดก็คือการช่วยเหลือการขาย ผ่านการสร้างกลยุทธ์และเครื่องมือการตลาดต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การพิจารณาการแบ่งส่วนตลาด การเลือกกลุ่มเป้าหมาย และ การจัดตำแหน่งสินค้า
โดยเบื้องต้นแล้ว การตลาดก็มีหน้าดีที่ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการช่วยการขาย อย่างไรก็ตามหน้าที่นี้ก็สามารถถูกแบ่งออกมาเป็นรายละเอียดปลีกย่อยได้เช่นกัน

Segmentation การแบ่งตลาด – คือการวิเคราะห์หาข้อมูลเพื่อแบ่งตลาดออกมาเป็นส่วนย่อยๆ โดยนักการตลาดสามารถแบ่งข้อมูลตลาดออกมาได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นตาม ประชากรศาสตร์ จิตวิทยา และ ภูมิศาสตร์ โดยการแบ่งตลาดที่ดี

Targeting การเลือกกลุ่มเป้าหมาย – เป้าหมายของการเลือกกลุ่มเป้าหมาย ก็คือการเลือกตลาดที่อาจจะเล็กลงมาหน่อยแต่มีความชอบในผลิตภัณฑ์มากกว่าตลาดโดยรวม ทำให้ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดในตลาดย่อยมีมากกว่า

Positioning การจัดวางตำแหน่งตลาด – คือการวางจุดขายของสินค้าให้เหมาะกับความต้องการลูกค้า และวางแผนวิธีการสื่อสารจุดขายนี้ให้กับลูกค้าตามช่องทางต่างๆ

ในการทำงานทุกอย่าง เราจะเห็นได้ว่าไม่มีองค์กรหรือพนักงานคนไหนที่สามารถทำทุกอย่างพร้อมกันได้ ทุกบริษัทมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องเวลา พนักงาน และเงิน ทำให้ ‘การจัดความสำคัญ’ เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของนักการตลาด
หมายความว่าเราต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม เลือกวิธีการตลาดที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ได้ใช้ทรัพยากรในบริษัทอย่างคุ้มค่า
นอกจากนั้นแล้ว หลักจากที่เราได้กลุ่มลูกค้าและการจัดตำแหน่งตลาดที่เหมาะสม เราก็สามารถนำเครื่องมือในหัวข้อที่แล้วเช่น เครื่องมือส่วนผสมตลาด 4P มาใช้ควบคู่กับการวางแผนการตลาดได้ รับทำ marketing