รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี Something in the rain (2018) สื่อในสายฝน

ละมุนละไม อบอุ่นหัวใจไปกับ Something in the rain - Pantip

รีวิวซีรี่ย์สนุกติดเทรนเกาหลี ถ้าพูดถึงซีรี่ส์รักต่างวัย เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะมีซีรี่ส์ในดวงใจกันใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าเราเองก็มีเช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดเรื่องที่เราพึ่งไปดูมาและอยากจะเอามาแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนก็คือเรื่อง ” Something in the rain “ หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่าสื่อรักในสายฝน ต้องสารภาพว่าตอนแรกไม่กล้าดูเลยค่ะ เพราะถ้าพูดถึงความรักกับเรื่องของฝนก็มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกเศร้าใช่ไหมคะ แต่ด้วยความที่ว่าง อยากหาอะไรสนุกๆ ก็เลยไปแอบอ่านเรื่องย่อของเรื่องนี้มา ซึ่งก็พบว่ามันน่าจะไม่ได้เศร้าแบบที่คิด ประกอบกับพระเอกหล่อ (อิๆ) ดังนั้นก็เลยเปิดใจยอมดู ซึ่งก็บอกเลยว่าไม่ผิดหวังวันนี้เราจะเเอามาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ

เนื้อเรื่อง

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นอาจจะต้องบอกว่าพล็อตจะเป็นไปตามซีรีส์โรแมนติกทั่วไป คือเราจะพอคาดเดาได้ว่าปมปัญหาสำคัญคืออะไร และพระเอก-นางเอกจะผ่านพ้นปัญหานี้อย่างไร ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบเนื้อเรื่องหนักๆ หรือซับซ้อนก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะ แต่สำหรับคนที่เป็นสายฟรุ้งฟริ่งโรแมนติกแบบเราเชื่อแน่นอนว่าจะต้องชอบมาก เพราะถึงแม้ว่าจะพอเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม แต่ทั้งการแสดง บท และฉากต่างๆ ก็ทำให้เราสามารถอินตามได้ง่ายๆ ดังนั้นใครที่เป็นสายโรแมนติกต้องห้ามพลาดค่ะ

พระเอก-นางเอก

ต้องบอกว่านอกจากบทจะดีแล้ว ที่เราชอบซีรีส์เรื่องนี้มากๆ ก็เพราะเคมีทั้ง 2 คนเข้ากันมาก ดูแล้วฟินจิกหมอนเวอร์ ที่สำคัญคือด้วยความที่ซีรีส์มันสะท้อนถึงคนวัยทำงาน ดังนั้นการกุ๊กกิ๊กก็ไม่ได้จบแค่การจับมือถือแขน แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งจนเกินงาม คือเรียกว่าหวานแบบลงตัว ที่สำคัญคือพระเอกหล่อมากๆ ยิ่งเวลาที่อ้อนนางเอกนั้นดูน่ารักสุดๆ อยากมีเพื่อนสนิทของน้องชายแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ

ความรู้สึกโดยรวม
อย่างที่เกริ่นไปว่าเราคืดว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีความกลมกล่อม เนื้อเรื่องไม่ยืดยาวจนเกินไป แต่ก็ดึงอารมณ์ทำให้เรารู้สึกฟินได้ง่ายๆ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเพลงประกอบเพราะมากๆ ดังนั้นสำหรับใครกำลังมองหาซีรีส์รักโรแมนติค บอกเลยว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้แน่นอนค่ะ

.เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับซีรี่ส์ดี ๆ ที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็ไปดูกันได้ รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ ทั้งนี้แอบกระซิบว่าทุกคนสามารถรับชม Netflix ผ่านกล่อง Trueid TV ได้แล้วนะคะ เอาล่ะ วันนี้เราไปก่อนแล้ว ครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากก็อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ 🙂

4 เหตุผลที่เป็นคำตอบว่า ทำไมใคร ๆ ก็อินซีรีส์ Something in the rain

1. เรื่องราวคร่าว ๆ ของความรักในสายฝน

Something in the Rain เล่าเรื่องราวของ ยุนจินอา หญิงสาววัย 35 ที่เพิ่งอกหักมาหมาด ๆ จากการโดนคนรักนอกใจ หนำซ้ำหน้าที่การงานของเธอก็กำลังเกิดปัญหาอีก ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแย่เธอได้พบกับ ซอจุนฮี น้องชายเพื่อนสนิทของเธอเอง จุนฮี เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังไปทำงานที่นั่นกว่า 3 ปี

ทั้งคู่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน จุนฮี ซึ่งแอบชอบ จินอา มานานแล้วจึงพยายามทำเข้ามาใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น นานวันเข้าความรู้สึกแบบพี่น้องก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย

2. กินเด็กคืออมตะ

ประเด็นหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือความรักต่างวัยของคู่พระนาง เมื่อ ยุนจินอา อายุมากกว่า ซอจุนฮี ถึง 11 ปี ช่องว่างระหว่างวัยขนาดนี้ ถึงจะเป็นฝ่ายผู้ชายที่แก่กว่าก็ถือว่าเยอะอยู่ดี แต่นี่ฝ่ายที่แก่กว่ากลับเป็นฝ่ายหญิงเสียอีก ความรักครั้งนี้จึงยิ่งดูเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก (แต่เป็นอะไรที่เราฟินมากกก)

แน่นอนว่าเมื่อรักกันใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูเป็นไปได้ทั้งนั้น ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ แต่คนเราเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่เป็นตัวของตัวเองนานวันเข้านิสัยที่แท้จริงของตัวเองก็กลับมาสักวัน และตอนนั้นเองจะเป็นตอนที่เราตระหนักได้ว่าความรักครั้งนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เช่นเดียวกับตัวละคร ยุนจินอา และซอจุนฮี ที่เปิดเรื่องมาดูจะมีความรักที่ดีและหอมหวานเสียเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงแม้แต่คู่รักที่อายุไล่เลี่ยกันยังมีปัญหาเกิดขึ้นเลย แต่นี่อายุห่างกัน 11 ปี ต่อให้รักกันยังไงแต่ในที่สุดวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็มาถึง

นอกจากอุปสรรคเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกันแล้วซึ่งเป็นปัจจัยภายในแล้ว อุปสรรคจากปัจจัยภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งด่านที่คนทั้งคู่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ตรงจุด ทำให้คนดูอย่างเรารู้เลยว่ามุมมองของสังคมเกาหลีที่มีต่อความรักต่างวัยนั้นไม่ต่างจากสังคมไทยเลย ทั้งเรื่องครอบครัวซึ่งมีทั้งครอบครัวหัวสมัยใหม่ที่ยอมรับกับความรักในรูปแบบนี้ได้ และครอบครัวหัวโบราณที่ต่อต้านคัดค้าน ยังไม่รวมถึงเสียงนินทาจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ยุนจินอา และ ซอจุนฮี ต้องฝ่าฟันต้องข้ามผ่านไปให้ได้

3. Dialogue สุดฟิน

พูดถึงส่วนดรามาของเรื่องไปแล้ว มาพูดในส่วนความหวานของเรื่องกันบ้างดีกว่า เหมือนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังที่ว่าด้วยรักต่างวัยไปแล้วในเรื่องของบทพูดซึ่งมักทำให้คนดูอย่างเรา ๆ เขินได้มากกว่ารักของคู่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

และใน Something in the Rain ก็เช่นเดียวกัน โมเมนต์ที่ทำให้คนดูอย่างเราเขินจนต้องหยิกหมอนมาแทบจะทุก 10 นาที ใครที่กำลังขาดน้ำตาลในเลือดแนะนำให้รีบไปหามาดูโดยด่วน และนี่คือตัวอย่างของไดอะล็อกเก๋ ๆ ที่อ่านปุ๊บแล้วแทบอยากหยิบมือถือขึ้นมาทวิตโควทฟิน ๆ นี่เสียเลย

4. เพลงประกอบเพราะเวอร์

ถ้าเปรียบตัวบท เนื้อเรื่อง การแสดงเป็นอาหารจานหลักแล้วล่ะก็ เพลงประกอบก็คงเปรียบเสมือนจานสลัด ซึ่งการจะเป็นมื้ออาหารที่ดีได้นั้นจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ และใน Something in the Rain ก็มีจานสลัดที่ดีเหลือเกิน ส่งเสริมจานหลักให้อร่อยขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเพลง Something in the Rain ขับร้องโดย Rachael Yamagata ซึ่งชื่อนี้ก็การันตีถึงความไพเราะอยู่แล้ว
ใครที่กำลังรู้สึกว่าชีวิตตัวเองช่วงนี้จืดชืดไร้ชีวิตชีวา แนะนำให้ลองดู Something in the Rain นอกจากความโรแมนติก บิดเขินจนตัวม้วนแล้ว มันยังให้ข้อคิด ทัศนคติ และสะท้อนสังคมให้เราเห็น นี่คือหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดในรอบครึ่งปี 2018 เลย ดูหนังออนไลน์ 

รีวิว Extraordinary You เมื่อตัวประกอบชีวิตรันทด ลุกขึ้นมาเปลี่ยนบทของตัวเอง!

รีวิว Extraordinary You เมื่อตัวประกอบชีวิตรันทด ลุกขึ้นมาเปลี่ยนบทของตัวเอง!

extraordinary you

สรุป
รีวิว  พล็อตฉีกแนวเกาหลีทั่วไปอย่างมาก ด้วยการเอาสูตรน้ำเน่าทั้งหลายมาล้อเลียนให้เลี่ยนยิ่งกว่าปกติ และขยี้ซ้ำให้เป็นดราม่าสะท้อนไปยังชีวิตตัวประกอบของนางเอก ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาหาทางลิขิตชีวิตตัวเองใหม่ ทำให้ซีรีส์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวการขบถออกนอกกรอบของตัวละคร
แต่ข้อเสียของเรื่องก็คงเป็นจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะหนังขายความโรแมนติกน้ำเน่าซ้อนกันหลายชั้น จนถ้าไม่ใช่คนดูที่ฟินอินไปกับเรื่องแบบนี้ได้ ก็คงยากที่จะดูเรื่องนี้สนุกได้

จุดเด่น

พล็อตฉีกแนวซีรีส์เกาหลีทั่วไปมาก
หยิบจับเรื่องน้ำเน่ามาขยี้เสียดสีฮาๆ
เรื่องราวมีลุ้นตลอดเวลาคาดเดายาก
เรื่องลื่นไหลสมูธฟินอินได้ง่าย
เต็มไปด้วยฉากโรแมนติกเยอะสุดๆ
ทีมนักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมาก+หน้าตาดีสุดๆ

จุดด้อย

เต็มไปด้วยเรื่องโรแมนติกจัดเต็มสุดๆ จนถ้าไม่ใช่คนที่ดูแนวนี้ได้อาจจะไม่ไหว
ช่วงแรกของเรื่องราวมีวนย้ำกับเรื่องเดิมประเด็นเดิมมากไปสักนิด
บทนางเอกช่างจ้อพูดเยอะจนหลายคนอาจจะไม่ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้

Extraordinary You ฉันไม่ใช่ตัวประกอบ ซีรีส์เกาหลีพล็อตฉีกแนวล้อเลียนเสียดสีซีรีส์เกาหลีด้วยกันเอง ว่าด้วยเรื่องของตัวประกอบในการ์ตูนที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นนางเอก ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอเป็นแค่ตัวประกอบชีวิตสุดรันทด ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวละครของเธอเอง
พล็อตโลกการ์ตูนกับซีรีส์เกาหลีเคยมีมาก่อนแล้วกับเรื่องW Two Worlds ซึ่งก็ดังมากพอตัวด้วยความแปลกพิสดารของเรื่อง แถมหักมุมรัวๆ ทุกตอน แต่จุดที่แตกต่างกันคือ W เป็นแนวแอ็กชั่นสืบสวน+โรแมนติกแฟนตาซี พระเอกตามล่าหาฆาตกรข้ามโลกจริงกับโลกการ์ตูนไปมา แต่กับ Extraordinary You ทำมาจากการ์ตูนดังในชื่อ July found by chance เป็นแนววัยรุ่นโรแมนติกแฟนตาซีล้วนๆ เรื่องราวเกิดในโลกการ์ตูนทั้งเรื่อง แต่สไตล์การเล่นเรื่องราวกับการ์ตูนมีความคล้ายกัน ถ้าใครชอบ W ก็ดูเรื่องนี้ได้เลย หรือถ้าชอบเรื่องนี้ก็แนะนำให้ดู W ต่อได้เลยเช่นกัน แต่ผู้เขียนให้ Extraordinary You ดีกว่า W มากพอสมควร เพราะจบเรื่องราวได้ดีกว่ามากกว่า W ที่หาทางลงลำบากในตอนหลัง

เรื่องราวเริ่มต้นที่ “อึนดันโอ” (รับบทโดย Kim Hye-Yoon) ลูกสาวเศรษฐี สวย รวย เป็นสาวมั่น ชีวิตค่อนข้างเพียบพร้อม แถมเป็นสายมโนว่าชีวิตตัวเองเป็นเหมือนนางเอกในนิยายขายฝันโรแมนติกที่เดินเรื่องอยู่ในโรงเรียนมัธยมไฮโซ ก่อนจะเริ่มพบเหตุการณ์ประหลาดเข้ามาหลายอย่าง รวมถึงความรันทดจากรักข้างเดียวกับ “แบคคยอง” (รับบทโดย LEE JAE WOOK) คู่หมั้นหมายสมัยเด็กที่ไม่เคยรักตอบ แถมยังทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่เจอ นั่นทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าเรื่องราวชีวิตของเธอเหมือนมีใครมากำหนด จนกระทั่งพบความลับว่าเธอเป็นตัวละครในหนังสือการ์ตูนเรื่อง “ความลับ” และก็ไม่ได้เป็นนางเอกอย่างที่คิด แถมบทยังเขียนให้เธอเป็นโรคหัวใจกำเริบมีโอกาสตายได้ทุกเมื่อ จึงทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาสู้กับชะตาชีวิตที่ถูกนักเขียนกำหนดไว้

นี่เป็นซีรีส์เกาหลีที่เดินเรื่องด้วยการล้อเลียนพล็อตโรแมนติกน้ำเน่าของเกาหลีด้วยกันเอง ซึ่งถ้าใครตามดูซีรีส์เกาหลีประจำจะเห็นว่าเขามีสูตรสำเร็จล็อคไว้ทุกเรื่องว่าต้องมาแนวๆ นี้ อย่าง นางเอกชีวิตลำบากก่อนจะมาเจอพระเอกหล่อรวยที่แรกพบต้องทำเมินไม่สนใจนางเอก / พระรองต้องอาภัพรักกับนางเอก แม้ตัวเองจะพยายามแค่ไหนก็ตาม / เพื่อนนางเอกนิสัยดีที่คอยช่วยเหลือนางเอกให้สมหวัง / นางร้ายที่สวยรวยรวมหัวกับเพื่อนกลั่นแกล้งนางเอกอยู่เสมอ / นางเอกก็มักไม่สู้คนยอมให้เขากลั่นแกล้งแล้วแอบไปร้องไห้ทีหลัง

จะเห็นว่าพล็อตและการเดินเรื่องน้ำเน่าเกาหลีแบบนี้จริงๆ ละครไทยก็เป็น แต่เกาหลีจะมุ้งมิ้งโรแมนติกหวานเลี่ยนกว่าจนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไปเลย ซีรีส์เรื่องนี้ก็หยิบตรงนี้แหละมาเล่นเป็นเมนหลักของเรื่องล้อเลียนประชดเสียดสีอีกชั้น โดยให้นางเอกตัวประกอบของเราต้องกลายเป็นผู้ช่วยแสนดีให้นางเอกตัวจริง “ยอจูดา” (รับบทโดย นาอึน April) ที่ครบสูตรนางเอกน้ำเน่า สมหวังในรักกับพระเอกน้ำเน่าพอกันอย่าง “นัมจู” (รับบทโดย Young-Dae Kim) ที่เป็นเจ้าของมูลนิธิผู้ก่อตั้งโรงเรียน และสาวๆ กรี๊ดกันทั้งโรงเรียน ซึ่งแต่ละครั้งที่นางเอกไปเกี่ยวข้องด้วยก็มีแต่พล็อตเหตุการณ์หวานเลี่ยน ชวนให้ฮากับภาระหน้าที่ของตัวประกอบจำเป็นของเรื่องราวนี้ ที่ไม่เต็มใจทำเลยแม้แต่น้อย แต่ถูกผู้เขียนจับวาร์ปมาพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือนางเอกตัวจริงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะทิ้งให้นางเอกตัวประกอบหมดประโยชน์ในพริบตาที่คู่หลักได้ฉากฟินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่ใช่ว่าซีรีส์จะออกแนวตลกล้อเลียนเอาฮาอย่างเดียว ในเรื่องราวยังมีการแยกมิติของบทบังคับที่ตัวละครต้องเล่นกับช่วงเวลาที่ไม่มีบทให้เล่น ซึ่งในเรื่องใช้คำเรียกว่า “มิติเงา” ที่มาจากช่องว่างระหว่างกรอบรูปในหนังสือการ์ตูน โดยสีของภาพจะเปลี่ยนโทนต่างกันเพื่อให้คนดูแยกออกได้ ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่นำไปสู่ดราม่าการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของนางเอกอึนดันโอ ซึ่งเธอต้องพยายามหาทางเปลี่ยนบทสุดท้ายที่ต้องตายด้วยโรคหัวใจกำเริบ รวมถึงการหาเส้นทางชีวิตที่แท้จริงของเธอในโลกการ์ตูนแห่งนี้ ร่วมกับตัวละครปริศนาในเรื่องที่จะทะยอยออกมาเรื่อยๆ

และไม่ใช่แค่นางเอกที่มีเรื่องราวดราม่าหนักๆ นอกบทที่คนเขียนกำกับไว้ แต่ตัวละครอื่นทุกตัวก็มีเรื่องราวตรงนี้ให้เล่นเช่นกัน แม้จะไม่ได้ตื่นรู้แบบนางเอกก็ยังต้องรับบทต่อเนื่องจากเรื่องที่สมมุติไว้ ซึ่งบทในเรื่องนี้หลายตัวละครต้องเล่นแบบ 2 บุคลิกสลับไปมาตลอดเวลา แถมมีบางคนต้องเล่นหลายคาแรกเตอร์เพิ่มอีกต่างหาก ซึ่งนักแสดงทุกคนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้เราอินไปกับเรื่องราวได้จริงๆ แต่อาจจะมีรำคาญบทช่างจ้อของนางเอกตลอดเรื่องบ้างเท่านั้น

แต่ที่ต้องชมมากเป็นพิเศษคือบทของ “แบคคยอง” คู่หมั้นสมัยเด็กที่ชอบทำร้ายจิตใจนางเอก นี่เป็นตัวละครที่ต้องรับบทหนักสุดของเรื่องแทบจะตลอดเวลา โดยตอนแรกบทของเขาในเรื่องก็แค่เป็นเพื่อนตัวเอกประกอบเรื่องไม่ได้เน้นหล่อมาก แถมการออกมาแต่ละครั้งก็ขยี้เหยียบหัวใจนางเอกจนดินแบบถ่อยสุดๆ ขนาดที่คนดูต้องเกลียดตัวละครนี้แน่ๆ แต่พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นพัฒนาการของแบคยองในหลายมิติมาก จนแทบแยกไม่ออกเลยว่าจริงๆ แล้วบทในเรื่องนี้ของเขาถูกวางตำแหน่งจริงๆ ไว้ที่ไหนกันแน่ ซึ่ง LEE JAE WOOK ดาราหน้าใหม่ตีบทแตกกระจุย จนได้คำชมเชยมากสุดในเรื่องนี้แล้ว

รีวิว Extraordinary You ฉันไม่ใช่ตัวประกอบ Netflix

รีวิว  หนังผูกปมการค้นหาความจริงของเหตุการณ์ในเรื่องที่ค่อยๆ ดำเนินไปตามหน้าหนังสือ นางเอกจะได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษ ก่อนตัดเป็นสเตจไปเรื่อยๆ โดยเรื่องราวในการ์ตูนยังไม่ได้จบ และก็ไม่รู้ว่าจบแบบไหน รวมถึงคำอธิบายของการตื่นรู้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หนังจะค่อยๆ เฉลยพร้อมเพิ่มกฏข้อห้ามในโลกการ์ตูนแห่งนี้มาเรื่อยๆ ให้เราเข้าใจได้แบบไม่งง แต่อาจจะเยอะหน่อยในตอนแรกที่ใส่เข้ามา ซึ่งตรงนี้มีส่วนที่ต้องใช้ CG เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งออกมาแบบเหนือธรรมชาติ และก็ CG ถอดแบบฟิลเตอร์ในการ์ตูนมาใส่ประกอบฉากให้ดูเป็นการ์ตูนๆ แบบจงใจเสริมเพิ่มความเลี่ยนเข้าไปอีก

สรุปความน่าสนใจ Extraordinary You
ซีรีส์พล็อตฉีกแนวเกาหลีทั่วไปอย่างมาก ด้วยการเอาสูตรน้ำเน่าทั้งหลายมาล้อเลียนให้เลี่ยนยิ่งกว่าปกติ แต่ว่าก็ไม่ได้ทำให้ลดความสนุกแบบน้ำเน่าเกาหลีลงแต่อย่างใด คนเขียนบทฉลาดมากที่หยิบจุดนี้มาขยี้ซ้ำให้เป็นดราม่าสะท้อนไปยังชีวิตตัวประกอบของนางเอก ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาหาทางลิขิตชีวิตตัวเองใหม่ไม่ให้อยู่ในวังวนน้ำเน่าที่คนเขียนกำหนดไว้ ทำให้ซีรีส์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวการขบถออกนอกกรอบของตัวละคร ที่ชวนให้คิดไปถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ต้องออกค้นหาเส้นทางชีวิตของตัวเองเช่นกันครับ

แต่ข้อเสียของเรื่องก็คงเป็นจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะหนังขายความโรแมนติกน้ำเน่าซ้อนกันหลายชั้น จนถ้าไม่ใช่คนดูที่ฟินอินไปกับเรื่องแบบนี้ได้ ก็คงยากที่จะดูเรื่องนี้สนุกได้แบบที่หนังจงใจให้เป็นแบบนี้ได้เช่นกันครับ
ซีรีส์เรื่องนี้มีหลายจุดที่เอ่ยถึงไม่ได้เพราะจะเป็นการสปอยล์ไป แต่เพื่อความสมบูรณ์ของการรีวิวจึงขอเพิ่มเติมเข้ามาสำหรับคนที่อ่านสปอยล์ได้ไม่มีปัญหานะครับ

เรื่องราวจริงของ “อึนดันโอ” จะพ่วงไปกับตัวละคร “ฮารู” (รับบทโดย Ro-Woon Kim) ซึ่งจะเรียกว่าเป็นพระเอกตัวจริงในเรื่องที่ปรากฎตัวมาอย่างลึกลับแบบตัวประกอบโนเนมไร้ชื่อยิ่งกว่าอึนดันโอ แต่ด้วยความที่โนเนมนี่เอง เขาเลยมีอิสระการกระทำในสเตจหลักมากกว่าตัวละครอื่นที่ต้องเล่นไปตามบทแบบหนีไม่ได้ ทำให้เขาเป็นตัวละครเดียวที่มีความสามารถพิเศษเปลี่ยนแปลงเรื่องราวได้ แต่ก็ต้องแลกมากับการผิดกฏข้อห้ามของโลกการ์ตูน ซึ่งมีบทลงโทษร้ายแรงเช่นกัน ตัวฮารูเองก็เป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้ Extra = ตัวประกอบในศัพท์การแสดง Extraordinary = พิเศษเกินปกติ พอบวกคำว่า You เข้าไปด้วยก็คือการที่ฮารูเป็นคนพิเศษมากๆ กับนางเอก ในทางกลับกันนางเอกก็เป็นเช่นเดียวกับฮารู

เรื่องราวปกติที่อึนดันโอต้องเข้าไปช่วยเป็นตัวประกอบให้พระเอกนางเอกในเรื่องสมหวังว่าเน่ามากๆ แล้ว แต่ยังไม่เท่ากับฉากในเรื่องของเธอเองกับฮารู ที่ต้องบอกว่าทีมสร้างครีเอทฉากน้ำเน่ารัวๆ ออกมาได้เลี่ยนกว่าซะอีก เพราะคงไม่มีเรื่องไหนกล้าทำบทพูดน้ำเน่าได้ขนาดนี้อีกแล้ว ด้วยความที่โลกนี้เป็นการ์ตูน จึงทลายกรอบความสมจริงทุกอย่าง ทำให้ฮารูเป็นตัวละครพระเอกชวนฝันแท้ๆ ของผู้หญิงได้สมบูรณ์แบบเกินกว่าเรื่องไหนๆ ที่เคยมีมาแน่นอน (ขนาดพระเอกการ์ตูนในเรื่อง W ที่ว่าสมบูรณ์แบบยังไม่ได้ขนาดนี้เลยครับ) แต่นี่ก็เป็นความสนุกของเรื่องนี้ที่แท้จริงครับ
จุดที่หนังปิดไว้มิดชิดเลยคือ เรื่องราวไม่ได้มีแค่โลกเดียว มีการดึงเอาแนวคิดกลับชาติมาเกิดผ่านการจบของการ์ตูนเล่มก่อนๆ ของผู้เขียนเรื่องนี้มาอธิบายตัวละครในเรื่องปัจจุบัน ซึ่งจุดนี้จะมาช่วงครึ่งหลังของเรื่อง โดยมาในแนวย้อนยุคไปสมัยที่มีราชวงศ์ฮ่องเต้กับทายาทแก่งแย่งชิงบัลลังค์กัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่วายหยิบพล็อตสูตรโบราณเหล่านี้มาเล่นในแบบที่ตัวละครตื่นรู้ และก็พยายามแหกคอกขบถต่อเรื่องราวแนวนี้ที่ทำออกมาซ้ำๆ ให้มีความแตกต่างออกไปอีก แต่ก็ไม่ถึงขั้นตลกในแบบยุคปัจจุบัน และก็ยังดูสนุกในแบบหนังย้อนยุคได้อีกด้วย

ซีรีส์เรื่องนี้มีพล็อตรองคู่อื่นที่ออกมาขโมยซีนสนุกกว่าเรื่องหลักของนางเอกอึนดันโอด้วย ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีการตื่นรู้เพิ่มขึ้นมา และก็หาทางมีชีวิตของตัวเอง โดยในรายของพระรอง “อีโดฮวา” (รับบทโดย Jung Gun-Joo) ที่ปกติต้องรับบททำดีแค่ไหนนางเอกก็ไม่รัก แต่มาคราวนี้มีลุ้นมากๆ เพราะบทเปิดโอกาสให้พระรองเด่นกว่าพระเอก แถมแย่งซีนทุกครั้งที่เขาพยายามออกมาพิชิตใจ “ยอจูดา” ซึ่งตอนหลังนางเอกคนนี้เองก็พลิกบทบาทเช่นกัน เรียกว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวรองได้บทบาทการพลิกเรื่องน้ำเน่า แต่ตัวเอกที่โดนว่าเน่าๆ ก็ยังทนกับบทของตัวเองไม่ไหวและขอเป็นตัวเองที่แท้จริงเช่นกัน

Home beartai BUZZ
Extraordinary You
81
“…โลกคือละคร ทุกคนต้องแสดง ทุกคนทนไป…”
มันก็จริงที่วลีนี้เป็นเหมือนกับคอนเซ็ปต์หลัก ๆ ของ ‘โลกการ์ตูน’ ที่นางเอกของเรื่องอย่าง ‘อึนดันโอ’ (รับบทโดย คิมฮเยยุน) และตัวละครอื่น ๆ จะต้องทำใจยอมรับและทำหน้าที่ในฐานะ ‘ตัวละครในการ์ตูนรักหวานแหวว’ กันต่อไป ตามบทบาทของตัวเองที่ถึงแม้ว่าภายในใจของแต่ละคนอาจไม่ได้อยากทำตามบทเหล่านั้นก็ตาม เอาล่ะ… พอเกริ่นขึ้นมาลอย ๆ แบบนี้ก็อย่าเพิ่งมึนงงจนต้องรีบปิดหน้านี้ไปนะคะ เพราะเรากำลังพูดถึง ‘Extraordinary You (어쩌다 발견한 하루)’ ซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซี ที่มาพร้อมพล็อตใหม่สุดแปลกประหลาดเล่าเรื่องราวของ…

“อึนดันโอ (รับบทโดย คิมฮเยยุน) เด็กสาววัย 18 ปี หน้าตาดี แถมมีดีกรีเป็นลูกเจ้าของบริษัทผู้ร่ำรวย แต่กลับโชคร้ายที่สุขภาพร่างกายของเธอไม่แข็งแรงนัก จากอาการป่วยด้วยโรคหัวใจอย่างร้ายแรงที่ทำให้เธอต้องป่วยออด ๆ แอด ๆ อยู่บ่อย ๆ มิหน่าซ้ำแม้ว่าภายนอกของเธอจะดูมีความเพียบพร้อมมากสักแค่ไหน แต่ดวงเรื่องความรักของดันโอก็ดันสั้นกุดจุ๊ดจู๋ เมื่อเธอต้องทนแอบรัก แบคคยอง (รับบทโดย อีแจอุค) คู่หมั้นแต่เด็กของเธอแบบข้างเดียวมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะรักเธอกลับซะด้วยซ้ำ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ที่จริงเธอและเพื่อน ๆ ทุกคนในโรงเรียนล้วนแล้วแต่เป็นเพียงตัวละครหนึ่งในโลกของหนังสือการ์ตูนตาหวานเรื่อง ‘ความลับ’ ที่ตัวประกอบทุกตัวจะมีหน้าที่ช่วยกัน ทำให้คู่พระนางตัวจริงได้ลงเอยกันแบบ Happy Ending ก็เท่านั้น!!! นั่นจึงทำให้ดันโอรู้ตัวสักทีว่าที่จริงแล้วเธอนั้นไม่ใช่นางเอกของเรื่องอย่างที่เธอเคยคิด มิหนำซ้ำในตอนสุดท้ายของเรื่อง บทของดันโอนั้นจะต้องตายด้วยโรคหัวใจกำเริบเข้าไปอีก! ปฏิบัติการแหกคอกโลกการ์ตูนเพื่อทวงคืนความเป็นเจ้าชีวิตตัวเองของดันโอจึงเริ่มต้นขึ้นทันที”

ประเภท : โรแมนติก / แฟนตาซี
กำกับ : คิมซังฮยอบ (ผลงานก่อนหน้า ‘The King in Love’)
ผู้แต่งฉบับการ์ตูน : มู รยู (WEBTOON SERIES ‘July Found By Chance’)
แสดงนำ : คิมฮเยยุน, อีแจอุค, โรอุน
วัน-เวลาออนแอร์ : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.00 น. (ตามเวลาเกาหลีใต้) ออกอากาศวันละ 2 ตอนตอนละ 35 นาที  ดูหนังออนไลน์ 

ชูครีม สูตรนี้แป้งชูไม่ใส่น้ำตาล ส่วนไส้ครีมทำง่ายไม่ต้องใส่กลิ่นวานิลลา

ชูครีม สูตรนี้แป้งชูไม่ใส่น้ำตาล ส่วนไส้ครีมทำง่ายไม่ต้องใส่กลิ่นวานิลลา

ส่วนผสม แป้งชู
      • น้ำเปล่า 250 กรัม
      • เนยสดชนิดจืด 125 กรัม
      • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 125 กรัม
      • ไข่ไก่ 3 ฟอง
      • เกลือ 1/2 ช้อนชา
ส่วนผสม ไส้ครีม
      • นมจืด 250 กรัม
      • ไข่แดง 3 ฟอง
      • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
      • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
      • เนยสด 50 กรัม
วิธีทำ ชูครีม
      1. ทำแป้งชู โดยเทน้ำเปล่ากับเนยลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มไฟร้อนปานกลาง คนผสมจนละลายดีแล้ว ยกลงจากเตา
      2. เทแป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไป คนผสมเร็ว ๆ จนเข้ากันและแป้งไม่เป็นเม็ด ยกขึ้นตั้งบนเตาอีกครั้ง กวนจนแป้งเหนียว ปิดไฟ ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง คนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ บีบใส่ถาด
      3. นำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส นานประมาณ 10-15 นาที หรือจนสุกเหลืองดี (ต้องอบให้ขนมสุกดี ตัวขนมจะได้ฟูอยู่ตัวไม่ยุบ)
      4. ทำไส้ครีม โดยผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันกัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนผสมไปเรื่อย ๆ จนข้นและเหนียว พักทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นบีบใส่ตัวขนม โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง พร้อมเสิร์ฟ

มาการองชาเขียว รสชาติทั้งหวานและหอม ชิ้นพอดีคำ กำลังน่ารัก วิธีทำไม่ยุ่งยาก

มาการองชาเขียว รสชาติทั้งหวานและหอม ชิ้นพอดีคำ กำลังน่ารัก วิธีทำไม่ยุ่งยาก

มาการอง

ส่วนผสม ฝามาการองชาเขียว

  • อัลมอนด์บดละเอียด 75 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 75 กรัม
  • ผงชาเขียวมัทฉะ 4 กรัม
  • ไข่ขาว 70 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม

ส่วนผสม ไส้ชาเขียว

  • เนยชนิดจืด 100 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม
  • น้ำเปล่า 30 มิลลิลิตร
  • ผงชาเขียวมัทฉะ 3 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง

วิธีทำ มาการองชาเขียว

  1. ทำฝามาการอง โดยผสมอัลมอนด์ น้ำตาลไอซิ่ง และผงชาเขียว ให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้
  2. ตีไข่ขาว ค่อย ๆ ใส่น้ำตาล ตีต่อไปจนกลายเป็นเมอแรงค์
  3. ทยอยใส่ส่วนผสมของแห้งลงไป ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน คนจนส่วนผสมเริ่มเหลวเป็นลาวา
  4. นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมเท่า ๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ แล้วพักไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงค่อยนำเข้าเตาอบ
  5. อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที
  6. เมื่ออบเสร็จนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท

วิธีทำไส้มาการอง

  1. ใช้น้ำสะอาดและน้ำตาลทรายตั้งไฟคนให้เป็นน้ำเชื่อม และพักไว้
  2. ตีไข่แดงพอแตก ใส่น้ำเชื่อม ตีต่อไปเรื่อย ๆ จึงค่อยใส่เนย ตีให้ได้ส่วนผสมเนื้อสีเหลืองเนียนสวย ใส่ผงชาเขียว ผสมให้เข้ากัน จนได้ไส้ชาเขียวเนื้อเนียนและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

วิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รีวิว Reply 1988 | ซีรีส์ฟีลกู้ดของผองเพื่อนในวันวานปี 1988 ครบรส

รวมนักแสดง ในซีรีส์ วันวาน 1988

รีวิว หลังจากติดตามซีรีส์ของผู้กำกับ ชินวอนโฮ มาสองเรื่องติดๆ จากทั้ง Prison Playbook แล้วมาต่อด้วย Hospital Playlist จึงอยากจะลองติดตามซีรีส์ในชุด Reply ต่ออีกสักหน่อย ทีแรกก็คิดว่าจะไล่ดูตั้งแต่ภาคแรกที่สร้าง แต่ไปๆ มาๆ ก็เลือกภาคที่อยากดูที่สุดมาแทน ผลจึงมาลงเอยที่ Reply 1988 ซึ่งชื่อไทยของมันก็คือ วันวาน 1988 นั่นแหละครับ

เรื่องย่อซีรีส์ Reply 1988
ย้อนเวลากลับไปยังวันวานของเกาหลีใต้ในปี 1988 ปีที่พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ทุกอย่างในวันนั้นมันดูเก่าและเต็มไปด้วยความทรงจำ เรื่องราวของเด็กกลุ่มเล็กที่เติบโตขึ้นมาในซอยเดียวกัน

ผองเพื่อนทั้งห้าที่แตกต่างกันไป บางคนมีฐานะยากจนเพราะไปค้ำประกันจนต้องอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินในบ้านของอีกคน บางคนก็โชคดีถูกหวยจนกลายเป็นคนร่ำรวย บางบ้านก็มีลูกที่ไม่ค่อยคุยกับแม่ บางบ้านก็มีแต่เด็กที่เติบโตอย่างโดดเดี่ยว ห้าบ้านก็ห้าแบบห้าสไตล์

แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมคือทั้งห้าบ้านต่างรักกัน เอื้อเฟื้อกัน ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ไปยันรุ่นลูก มิตรภาพที่ซอยเล็กๆ ที่เติบโตผ่านกาลเวลา ผ่านเรื่องเล่าที่พานึกทบทวนเรื่องวันเก่าวันที่เรายังเรียนอยู่มัธยมฯ

ห้าตัวละครหลักใน วันวาน 1988
ซีรีส์ของ ชินวอนโฮ มักจะเล่าเรื่องของกลุ่มแก๊งผองเพื่อน ครั้งนี้เป็นเรื่องกลุ่มเพื่อนสนิททั้งห้าที่บ้านอยู่ในละแวกซอยเดียวกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ลองไล่เรียงกันดูสักหน่อยว่าแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ มีที่มา มีนิสัยใจคอแตกต่างกันอย่างไรกันบ้าง

Hyeri (ฮเยริ) เป็น Duk Sun (ซองด็อกซอน)
สาวน้อยเพียงคนเดียวในกลุ่ม ลูกสาวคนกลางของครอบครัวที่เรียกได้ว่ายากจนที่สุดในกลุ่มเพราะพ่อของเธอดันไปเซ็นค้ำประกัน ในที่สุดครอบครัวของด็อกซอนก็ต้องมาอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านจองฮวาน ด็อกซอนค่อนข้างมีชีวิตที่น่าสงสารในตอนต้น ชีวิตของเธอต้องไขว่คว้าทุกอย่างด้วยตัวเอง ซ้อมหนักเพื่อจะได้เป็นคนถือป้ายในพิธีเปิดโอลิมปิก พยายามเข้าประกวดเต้นเพราะอยากได้ซาวด์อะเบาท์ที่พ่อไม่มีเงินซื้อให้ ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่มีความสามารถด้านการเต้นแม้สักนิดเดียว

เธอมักถูกแหย่เย้าว่าขี้เหร่แต่โตมาแล้วสวย เป็นพวกขี้ลืม ขี้ง่วง แถมยังเรียนได้อันดับที่โหล่ของห้อง แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางของความรักหลายเส้า

Ryoo Joon Yeol (รยูจุนยอล) เป็น Jung Hwan (จองฮวาน)
เด็กหนุ่มในครอบครัวที่เคยยากจนที่สุด แต่เพราะจองฮวานถูกหวย พวกเขาจึงกลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในละแวก มีบ้านหลังใหญ่โต ฝ่ายพ่อของเขาก็มีหน้าที่การงานที่ดีขายเครื่องใช้ไฟฟ้า สลับกับครอบครัวของด็อกซอนที่ยากจนกะทันหันจนต้องมาอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านจองฮวาน

เดิมทีเขาก็เป็นคนเงียบๆ ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครแต่ก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อย เป็นอีกคนที่ชอบด็อกซอน

Ko Gyung Pyo (โกคยองพโย) เป็น Sun Woo (ซอนอู)
หนุ่มที่เป็นทั้งหัวหน้าห้องและประธานนักเรียน เรียนเก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง เพราะความที่สูญเสียพ่อไป เขาจึงมีชีวิตอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวกับน้องสาวที่ยังเล็กมาก เป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนอบอุ่น และรักครอบครัว

Park Bo Gum (พัคโบกอม) เป็น Taek (ชเวแท็ก)
เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เรียนเหมือนกับคนอื่นๆ วันทั้งวันเอาแต่เล่นโกะ ซึ่งผลก็คือเขาเล่นโกะเก่งมากจนออกจากโรงเรียน ตระเวนแข่งขันบินไปหลายประเทศและชนะจนคว้าเงินรางวัลจนสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ แต่อย่างอื่นเขาไม่เก่งเลย ใช้ตะเกียบก็ไม่เป็น เพราะสูญเสียแม่ไปแต่เด็ก ทำให้ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในบ้านเพียงสองคนกับพ่อที่เป็นคนเรียบร้อย เป็นเจ้าของกิจการจิวเวลรี่ (แต่ในร้านมีนาฬิกาเยอะเนอะ) ที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบอกรักลูกตรงๆ แท็กเป็นผู้ชายที่เงียบๆ เรียบร้อย พูดน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และค่อนข้างใจเย็น ส่วนหนึ่งก็คงเพราะเป็นคนเล่นโกะด้วยแหละ

Lee Dong Hwi (อีดงฮวี) เป็น Dong Ryong (ดงรยง)
ลูกชายของคุณครูใหญ่ ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียน เด็กที่แทบจะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่เท่าไหร่เวลาอยู่บ้าน จะได้เจอหน้าพ่อ (Yoo Jae Myung จากซีรีส์ Itaewon Class, Life และ Prison Playbook) ก็ต่อเมื่อทำอะไรผิด เช่นไปดูหนังโป๊ เป็นต้น บุคลิกอาจไม่โดดเด่นมากนักแต่เขาก็เป็นคนชักนำเพื่อนๆ แต่ในทางที่ดีๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะชวนเพื่อนเช่าหนังโป๊ อ่านการ์ตูนโป๊เนี่ย


รีวิว ซีรีส์ Reply 1988
โดยรวมๆ แล้วมันก็ซีรีส์ที่เล่าเรื่องของเกาหลีในอดีตผ่านเรื่องราวของครอบครัว เพื่อน และความรัก ด้วยการใช้ส่วนผสมของไลฟ์สไตล์ สิ่งของ บ้านเมือง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น ห้อมล้อมด้วยเพลงเพราะๆ ในอดีต ผ่านตัวละครที่มีความหลุดโลกบ้าง บ้าบอบ้าง และดูน่าจะใกล้เคียงกันคนจริงๆ บ้าง เพื่อสร้างเรื่องราวให้มันเดินไปแบบมีมุก

เอาล่ะ งั้นเราแยกออกมาเป็นประเด็นๆ กันไปเลยดีกว่า…

ครอบครัว
ห้าเพื่อนที่มาจากห้าครอบครัวที่แตกต่างกันทั้งด้านฐานะและองค์ประกอบ บ้างขาดพ่อ บ้างก็ขาดแม่ และบางครอบครัวก็มีพร้อมหน้า แต่ก็เป็นห้าครอบครัวที่รักกันมากที่สุด ไม่เคยทะเลาะกันเลย คอยแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามใครมีปัญหา แม้ต่างครอบครัวต่างก็มีปัญหาภายใน

อย่างเช่นในวันที่แม่ของซอนอูได้รับโทรศัพท์ว่าคุณแม่ของเธอจะเยี่ยมเยือนกะทันหัน ด้วยความที่มีชีวิตอยู่ด้วยเงินบำนาญของสามีที่เสียไป จึงมีฐานะที่ไม่ค่อยดีนักและไม่อยากให้แม่ตัวเองไม่สบายใจ จึงต้องไปขอหยิบยืมหลายสิ่งหลายอย่างในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวจองฮวาน เป็นฉากที่น่าจดจำและน่ารักมากอีกฉากหนึ่งในเรื่องนี้

เหล่าแม่บ้านก็มักจะมีแคร่ตัวนึงที่วางอยู่ริมถนนหน้าบ้าน พวกเธอก็มักจะมานินทาผัวกันเป็นประจำ บางทีก็มีการประชุมกันภายในบ้านเพื่อแก้ปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง

เพื่อน
วันวาน 1988 เป็นเรื่องราวของเหล่าเพื่อนทั้งห้าที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน รู้จักกัน เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ซีรีส์เรื่องนี้ส่วนใหญ่ก็จะเล่าเรื่องในช่วงที่พวกเขายังเป็นวัยรุ่น ช่วงปี 1988 ที่มีหลายเรื่องเกิดขึ้นมากมาย พวกเขาเริ่มโตจนใกล้จะเป็นผู้ใหญ่ ความผูกพัน ความห่วงใย ความช่วยเหลือเกื้อกูล ทั้งหมดนี้มันก็คือส่วนหนึ่งของความหมายของคำว่า “เพื่อน” ของพวกเขา

ความสนุกสนาน การชักชวนกันทำเรื่องบ้าๆ บวมๆ โดยไม่มีเรื่องเพศมาขีดคั่น ทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นหาและดิ้นรน เมื่อบางคนอยู่ในครอบครัวที่ยากจน หลายอย่างต้องลำบากเพื่อให้ได้มา และก็มีผองเพื่อนที่ยินดีมาช่วยเหลือเสมอๆ

โดยรวมแล้วมันคือมิตรภาพที่เติบโตผ่านกาลเวลานั่นแหละ

ความรัก
ความพิเศษอย่างหนึ่งของซีรีส์ที่เล่าเรื่องในอดีตของคนเดียวในปัจจุบันก็คือ มันจะเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น ในวันที่มีความรักครั้งแรก ความไม่ประสีประสาในเรื่องนี้ก็อาจจะก้าวเดินแปลกๆ ไปบ้าง อาจมีโมเมนต์ของการแอบชอบ การเข้าใจผิดคิดว่าเขาชอบเรา การบอกรักแล้วโดนปฏิเสธ การพัฒนาของความรักที่ค่อยเป็นค่อยไป

ทุกอย่างเหมือนจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเลือกคนรักและความรักในกาลปัจจุบัน

โหยหาอดีต
ด้วยการเล่าสลับไปสลับมาระหว่างปัจจุบันและอดีต โดยมุ่งเน้นเล่าเหตุการณ์ในอดีต เหมือนการพาคนดูที่มีอายุและอยู่อาศัยบนโลกนี้มาประมาณหนึ่งได้ดึงความทรงจำในอดีตให้กลับคืนมามีชีวิตในปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งเหตุการณ์บ้านเมือง เพลงและหนัง แม้ว่าสำหรับคนไทยแล้ว นั่นจะเป็นเรื่องราวที่น่าจะกระเทาะโดนใจคนเกาหลีที่สุด ก็ยังนับว่าพอซึมซับและอินไปด้วยกันได้ เพราะบางสิ่งก็เป็นอะไรที่เราเคยผ่านมาด้วยเหมือนๆ กัน

ซีรีส์สลับด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน ที่จะเป็นการเล่าเรื่องของนางเอกที่นึกย้อนกลับไปในอดีต ทั้งปล่อยให้คนดูคาดเดากันเอาเองว่า ตกลงสามีของเธอในปัจจุบันนี่คือเพื่อนคนใดในอดีตกันแน่

เป็นซีรีส์ในชุด Reply ซึ่งมีทั้งหมดสามเรื่อง หลายคนแนะนำให้ดูตามลำดับการสร้างเพราะจะมีกิมมิกเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น

Reply 1997 / ย้อนรอยรัก 1997 (tvN / 2012)
Reply 1994 / 1994 คิดถึงเธอ (tvN / 2013)
Reply 1988 / วันวาน 1988 (tvN / 2015)
คำเตือน: การรับชมซีรีส์เรื่องนี้ผ่าน Netflix อาจมีขัดใจอยู่บ้างที่ได้พบแต่ภาพที่เบลอโน่นเบลอนี่ไปสารพัด ทั้งภาพในทีวีและโปสเตอร์ต่างๆ จนต้องทำใจ

Reply 1988 … ซีรีส์ที่จะทำให้เราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ครอบครัว” และหวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในวันเก่า ๆ แล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว หาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตากับความอิ่มเอมใจนี้ไปพร้อม ๆ กันนะคะ ^^

ซีรี่ส์บอกเล่าเรื่องราวในช่วงปี 1988 ของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คนที่รักและผูกพันกันมาก เพราะอาศัยอยู่ละแวกบ้านเดียวกันและเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ประกอบไปด้วย ด็อกซอน (รับบทโดย ฮเยริ) สาวคนเดียวในกลุ่มที่นิสัยร่าเริงสนุกสนานเฮฮาแก่นเซี้ยวตามวัย ครอบครัวอบอุ่นแต่ฐานะยากจนและอาศัยอยู่ชั้นใต้ดินของบ้าน จองฮวัน (รับบทโดย รยูจุนยอล) หนุ่มเงียบขรึมไม่ค่อยแสดงความรู้สึกแต่จิตใจดี ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาในพริบตาเพราะถูกล็อตเตอรี่ ซอนอู (รับบทโดย โกคยองพโย) ชายหนุ่มอ่อนโยนอบอุ่นรักครอบครัวและเรียนเก่ง ซอนอู อยู่กับแม่ที่เลี้ยงครอบครัวคนเดียวเพราะพ่อเสียแล้วและมีน้องสาวเด็กน้อยอีก 1 คน ดงรยอง (รับบทโดย อีดงฮวี) ชายหนุ่มที่สนุกสนานไปวัน ๆ ครอบครัวมีฐานะมั่นคงแต่พ่อแม่ทำงานเยอะจนไม่มีเวลาจึงทิ้งไว้ให้แต่เงิน ทั้ง 4 คนนี้ยังเป็นนักเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และคนสุดท้าย แทค (รับบทโดย พัคโบกอม) หนุ่มเชื่องช้าพูดน้อยน่ารักจริงใจและเป็นนักเล่นหมากล้อมมืออาชีพที่มีความสามารถ ได้แชมป์มามากมายนับไม่ถ้วน จนถึงกับลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาเอาดีทางนี้ ครอบครัวนี้มีพ่อเป็นคนเลี้ยงลูกคนเดียวเช่นเดียวกันและเป็นเจ้าของร้านขายนาฬิกา ฐานะค่อนข้างดี ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวซีรีส์เกาหลี : Tunnel (OCN/2017) อุโมงค์ลับซ่อนมิติ ลุ้นกันทั้งเรื่อง

รีวิวซีรีส์เกาหลี : Tunnel (OCN/2017) อุโมงค์ลับซ่อนมิติ ลุ้นกันทั้งเรื่อง

นักสืบสอบสวนคนร้าย

Tunnel (OCN/2017) TV Series อุโมงค์ลับซ่อนมิติ
สามารถรับชม Tunnel (OCN/2017) ได้ทาง : VIU Tunnel
รีวิวซีรีส์เกาหลี สืบสวนที่แม้จะเล่าเรื่องราวแบบพล็อตเหนือธรรมชาติ แต่ส่วนที่ผมชอบในเรื่องนี้ก็คือ ความน่าเชื่อถือของตัวละคร บทและ Crime Scene นี่แหละที่ซีรีส์ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

ในปี 1986 เกิดคดีฆาตกรรมหญิงสาวหลายรายขึ้นในเมืองฮวายอง พัคกวางโฮ (Choi Jin-Hyuk) นักสืบในคดีพยายามทำทุกทางเพื่อสืบหาตัวคนร้าย แต่ไม่ว่ายังไงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เคยได้เบาะแสอะไรเลย ผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวที่ กวางโฮ สงสัยมากที่สุดเป็นเพียงเด็กนักเรียนม.ปลาย แต่เขากลับรอดการถูกดำเนินคดีไปได้ เพียงเพราะคำให้การของครอบครัวที่ยืนยันที่อยู่ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม

ขณะที่ กวางโฮ ออกมาเดินลาดตระเวนหาเบาะแสของคนร้ายกลางดึก ผ่านเส้นทางที่เหยื่อเคยใช้มาก่อน เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติบางอย่างในอุโมงค์ทางเข้าเมือง สิ่งที่เขาเห็นคือชายคนหนึ่งกำลังทำท่าทางประหนึ่งกำลังรัดคอใครบางคน กวางโฮ จึงมั่นใจว่าชายที่เขาเห็นในมุมมืดตรงหน้า คือคนร้ายที่กำลังตามหาแน่นอน

คนร้ายที่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกจับได้จึงออกวิ่งหนีเข้าไปในอุโมงค์ กวางโฮ ที่วิ่งไล่ตามเข้าไปยังไม่ทันได้เห็นหน้าคนร้ายกลับเสียท่าถูกตีจนสลบ ทันทีที่ฟื้นขึ้นมา กวางโฮ เดินออกมายังปลายอุโมงค์ ทว่านั่นไม่ใช่ที่ที่เขาคุ้นเคย เมื่อปลายทางของอุโมงค์แห่งนั้น พาเขามายังอนาคตปี 2016 ปีที่คนร้ายในคดีเมื่อ 30 ปีก่อนยังไม่ถูกจับ และตอนนี้มันได้กลับมาก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีกครั้ง

ซีรีส์ สืบสวน ระทึกขวัญ ที่ออกจะแตกต่าง จากซีรีส์สืบสวนเกาหลีที่ได้ดูก่อนหน้าเล็กน้อย อย่าง Black ก็เห็นการหักมุมความซับซ้อนของบท Voice ทั้งสองซีซั่นก็เน้นที่การสร้างความตื่นเต้นจากสถานการณ์คับขัน ส่วน Signal เน้นดราม่าที่ข้อจำกัดการเปลี่ยนแปลงอดีตและอนาคต ส่วน Tunnel เรื่องนี้แม้จะเป็นซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับการข้ามเวลา การเชื่อมโยงกันระหว่างอดีตและอนาคต แต่ซีรีส์ไม่ได้เน้นประเด็นข้อจำกัดเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงอดีตและอนาคต คือแทบไม่ได้แตะเรื่องนี้เลย

สิ่งที่โดดเด่นของ Tunnel เรื่องนี้ก็คือบท ที่หากให้พูดตรง ๆ คือ อาจจะไม่สนุก ตื่นเต้น เท่ากับเรื่องที่กล่าวมาด้านบนทั้งหมดก็จริง เมื่อ Tunnel ไม่ได้เน้น ความตื่นเต้นระทึกขวัญจากสถานการณ์คับขัน และเนื้อเรื่องไม่ได้ขายความซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้บทของ Tunnel เรื่องนี้แข็งแรงกว่าทุกเรื่องที่กล่าวมาก็คือ รายละเอียดและความน่าเชื่อถือของตัวละคร เมื่อเป็นซีรีส์ที่ดูใส่ใจฉาก crime scene

มีการเก็บรายละเอียดกันจริงจัง เอาที่เห็นได้ชัดเลยคือ ใส่ถุงมือสวมถุงเท้ากันจริง ๆ กับซีรีส์หรือหนังบางเรื่องเห็นเดินลุยเข้าที่เกิดเหตุเอามือเปล่าหยิบจับหลักฐาน ถ้าเป็นเรื่องจริงสถานที่เกิดเหตุปนเปื้อนหมด แล้วตัวละครมีการลงพื้นที่สืบสวน ให้รายละเอียดการเชื่อมโยงข้อมูลมาวิเคราะห์ จนคนดูเห็นภาพตามการสืบสวนไปด้วยได้จริง ๆ ไม่ได้ใช้โชคดวง ลมเพลมพัด ความเหนือธรรมชาติ ใช้บทช่วยแบบฟลุ๊ค ๆ เหมือนกับเรื่องอื่น

แต่ถามว่ามันมีความไม่น่าเชื่อถืออยู่ไหมกับซีรีส์เรื่องนี้ มันก็ยังมีเจืออยู่บ้างกับความเป็นซีรีส์เหนือธรรมชาติ หรือความไม่สมเหตุผลของการที่ พัคกวางโฮ เข้ามาร่วมทีมสืบสวนโดยการสวมรอยเป็นคนอื่น แล้วไม่มีใครสงสัยในทีแรก แต่หากเจาะเฉพาะรายละเอียดย่อยที่ไม่ใช่เนื้อหาหลัก ก็ถือว่าซีรีส์เรื่องนี้บทแข็งแรงดีเรื่องหนึ่งเลยล่ะ แต่อย่าเห็นว่าผมชมเรื่องบทแข็งแรงดีแล้วจะไม่มีส่วนที่ไม่ถูกใจนะ

กวางโฮ

รีวิวซีรีส์เกาหลี เมื่อสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดมันถึงเพียงแค่ EP 11 เท่านั้น เพราะหลังจากที่คดีย่อยที่ไม่ใช่เนื้อเรื่องหลักจบหมดไปแล้ว เข้าเนื้อหาของฆาตกรตัวจริงเต็มๆ ซีรีส์ก็เริ่มยัดดราม่าเข้ามา เริ่มมีฉากโชคชะตา ลมเพลมพัด ความบังเอิญต่าง ๆ จนเริ่มแอบขัดใจเล็ก ๆ ฮ่าฮ่า ถ้าจะให้ยกตัวอย่างฉากแนวนี้ก็อย่างเช่น เวลาตัวละครจะบอกความลับ เรื่องสำคัญต่อกัน มักจะอารัมภบทไม่พูดออกมาสักที

จนสุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้บอก (ใน Signal ฉากแนวนี้เยอะมาก) หรืออย่างเวลาตัวละครเอกได้เผชิญหน้ากับตัวละครร้าย ก็มักน้ำลายแตกฟองกว่าจะลงมือจับได้คุยกันอยู่นั่นแหละ แล้วสุดท้ายตัวร้ายก็หนีรอดไปได้ เข้าใจแหละว่ามันเป็นน้ำจิ้มเพิ่มอรรถรสของหนังหรือซีรีส์ ถ้าหากมีแต่พอดีผมก็ว่าเพิ่มความบันเทิงได้ แต่หากใส่เข้ามาเยอะเกินไปผมว่ามันทำให้ลดความสนุก แล้วก็ลดความน่าเชื่อถือของบทลงไปด้วย

ตัวละครเอกสามคนอย่าง พัคกวางโฮ, คิมซอนแจ (Hyun-min Yoon), ชินแจยี (Yoo-Young Lee) ก็คาแรคเตอร์แข็งแรงทั้งสามคน ชเวจินฮยอก ก็แสดงเป็น พัคกวางโฮ ได้สมกับเป็นตำรวจที่มาจากยุค 80s จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่แง่มุมความเด๋อด๋ากับสิ่งแปลกใหม่ แต่รวมถึงแง่มุมการสืบสวนสอบสวน ที่บางอย่างการใช้วิธีดั่งเดิมมันก็ยังได้ผล แต่วิธีดั่งเดิมบางอย่าง(อย่างการอัดผู้ต้องหา)มันก็ไม่สามารถใช้ได้กับการสืบสวนในปัจจุบัน ยุนฮยอนมิน ก็เป็น คิมซอนแจ ที่มุ่งมั่นสมกับการที่บทปูพื้นเบื้องหลังของตัวละครนี้มา

เรียกว่าแรงขับดันในการหาตัวคนร้ายของ คิมซอนแจ อาจจะมากกว่า พัคกวางโฮ เสียด้วยซ้ำ ส่วน อียูยอง ที่รับบทเป็น ชินแจยี เอาจริงสารภาพว่าเห็นตัวละครนี้ในทีแรก เป็นตัวละครที่แข็งทื่อไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย แต่พอดำเนินเรื่องราวไปได้สักพัก เริ่มเปิดเผยปูมหลังของตัวละครนี้ออกมา ทัศนคติที่มีต่อตัวละครของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปนะ เริ่มมองเป็นบวกมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงจะยังดูแข็ง ๆ อยู่ก็เถอะ ฮ่าฮ่า

Tunnel เรื่องนี้ก็เป็นซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งที่หยิบเอาคดีดังของเกาหลีอย่าง Hwasong Murder Case คดีฆาตกรรมต่อเนื่องผู้หญิงในเมืองฮวาซอง Cold Case ที่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่ง Tunnel หยิบมามาใช้เป็นเส้นเรื่องหลักในการหาตัวคนร้าย เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น ฮวายอง แทน ทั้งยังสื่อสารแง่มุมใจความหลักในเรื่องของความรู้สึกเหยื่อและครอบครัว การจับคนร้ายสำคัญก็จริง แต่การช่วยชีวิตเหยื่อให้รอดอาจเป็นสิ่งสำคัญกว่า ทั้งยังแอบให้ความสำคัญกับคำว่า ครอบครัว ไม่ว่าจะเรื่องราวของตัวละครเอกทั้งสามคน เหยื่อและครอบครัว รวมถึงตัวฆาตกรของเรื่องอีกด้วย

สรุปแล้ว Tunnel (OCN/2017) TV Series เป็นซีรี่ส์ที่สนุกเรื่องหนึ่ง แต่ขอจำกัดความว่าเป็นความสนุกในแง่มุมของการสืบสวน พยายามจับตัวคนร้าย แต่ไม่ใช่แง่มุมความเป็นทริลเลอร์ ตื่นเต้น ระทึกขวัญ สักเท่าไหร่ เมื่อซีรีส์ไม่ได้สร้างข้อจำกัดอะไรให้กับตัวละคร จนคนดูต้องนั่งลุ้นตัวเกร็งอะไรขนาดนั้น เป็นซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งที่บทพูดค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวผมเองชอบในความแข็งแรงของบท เอาจริงมองเป็นบวกมากกว่าซีรีส์สืบสวนเกาหลีก่อนหน้าที่เคยดูด้วยซ้ำ ถึงความบันเทิงจะน้อยกว่าก็เถอะ

ซีรีส์ Tunnel หรือชื่อภาษาไทยว่า อุโมงค์ลับซ่อนมิติ เป็นซีรีส์เกาหลีแนวอาชญากรรม ระทึกขวัญ เป็นเรื่องราวของตำรวจสายสืบในปี 1986 ชื่อว่า พัคกวางโฮ (นำแสดงโดย ชเวจินฮยอก) ขณะที่เขากำลังวิ่งไล่หัวขโมย ก็บังเอิญไปพบศพหญิงสาวข้างทางถูกปิดปากและรัดด้วยถุงน่อง และมีรอยจุดที่ข้อเท้า 1 จุด หลังจากนั้นก็พบศพหญิงสาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่จำนวนจุดบนข้อเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จาก 1 เป็น 2 จนเป็น 6 นั่นทำให้ทีมตำรวจสายสืบรู้ได้ทันทีว่า พวกเขากำลังเจอคดีฆาตรกรรมต่อเนื่องนั่นเอง ซึ่งฆาตรกรคนนี้เก่งมาก เขาฆ่าคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้เลย ทำให้ตำรวจหัวหมุนกันเลยทีเดียว แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำพัคกวางโฮเจอตัวฆาตรกรในอุโมงค์แห่งหนึ่ง แต่พัคกวางโฮไม่สามารถจับกุมได้ แถมยังโดนฟาดหัวด้วยก้อนหิน ก่อเกิดจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

พัคกวางโฮฟื้นขึ้นมา พบว่าตัวเองอยู่ในยุค 2016 ซึ่งผ่านมาแล้ว30ปี ทั้งๆที่ตัวเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย พอเขากลับไปยังสถานีที่เขาทำงาน พบว่ารุ่นน้องที่เคยทำงานด้วยกันกลายเป็นหัวหน้าทีมสายสืบไปเสียแล้ว ประจวบเหมาะกับมีรุ่นน้องเข้ามาทีมสายสืบและมีชื่อว่า พัคกวางโฮ เช่นกัน! พัคกวางโฮคนเก่าเลยสวมรอยเป็นพัคกวางโฮคนใหม่ โดยที่พยายามสืบหาว่าพัคกวางโฮตัวจริงนั้นหายไปอยู่ไหน นอกจากนั้นเขาได้พบว่าฆาตรกรในคดีฆาตรกรรมต่อเนื่องในปี1986ที่เขาตามล่ายังไม่ถูกจับกุม และคดีหมดอายุความไปแล้วด้วย

การเดินทางข้ามเวลาทำให้เขาได้พบกับคู่หู คือ คิมซอนแจ (นำแสดงโดย ยุนฮยอนมิน) ที่มีนิสัยคล้ายๆกับพัคกวางโฮ เรียกได้ว่า คู่สร้างคู่สม นอกจากนี้ยังได้ศาสตราจารย์ชินแจอี (นำแสดงโดย ลียูยอง) นักวิเคราะห์ฆาตรกร มาคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ซีรีส์นี้ซ่อนปมต่างๆมากมาย การเดินทางข้ามเวลามาของพัคกวางโฮ สาเหตุที่เขาข้ามเวลามา และวิธีการที่ทำให้เขาได้กลับไป ฆาตรกรที่ยังไม่ถูกจับกุม และยังมีคดีต่างๆอีกมากมาย ตามไปเอาใจช่วยพัคกวางโฮ และทีมของเขา ได้ในซีรีส์ tunnel รับชมได้ทาง viu , netflix และกล่อง true id TV นะคะ  ดูหนังออนไลน์ 

บวดมันเทศใส่บัวลอย เพิ่มออปชั่นอย่างบัวลอยเคี้ยวหนุบหนับ พร้อมวิธีทำ

บวดมันเทศใส่บัวลอย เพิ่มออปชั่นอย่างบัวลอยเคี้ยวหนุบหนับ พร้อมวิธีทำ

บวดมันเทศใส่บัวลอย

ส่วนผสม บวดมันเทศใส่บัวลอย

  • มันเทศ (หั่นแล้ว) 300 กรัม
  • แป้งบัวลอย (ที่ปั้นกลมไว้แล้ว) 100 กรัม
  • กะทิ 600 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม

วิธีทำ บวดมันเทศใส่บัวลอย

     1. มันเทศปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ สูตรนี้ไม่แช่น้ำปูนใสนะคะ
2. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่แป้งบัวลอยลงไปต้มให้สุก (แป้งลอยขึ้นมาก็สุกแล้ว) จากนั้นก็น็อกน้ำเย็น
3. ตั้งหม้อเทกะทิลงไปพอร้อน ใครมีใบเตยใส่ลงไปด้วยนะคะ แต่เราไม่มีค่ะ ใส่เกลือ น้ำตาลปี๊บ คนพอละลายแล้วใส่มันเทศตามลงไป
4. พอมันเทศสุก ใส่บัวลอยลงไปคนให้เข้ากันดี เป็นอันว่าเสร็จ จะกินร้อน ๆ ก็อร่อย หรือจะพักให้เย็นก็ได้ความรู้สึกไปอีกแบบค่ะ

เค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด แป้งเค้กใส่น้ำมะพร้าว ส่วนไส้ครีมใส่เนื้อมะพร้าว

เค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด แป้งเค้กใส่น้ำมะพร้าว ส่วนไส้ครีมใส่เนื้อมะพร้าว

เค้กมะพร้าวอ่อนครีมสด

ส่วนผสม ตัวเค้กมะพร้าวอ่อน
  • แป้งเค้ก 60 กรัม
  • ผงฟู 1/4+1/8 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายป่น 35 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 + 1/8 ช้อนชา
  • กะทิ 22 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง
  • น้ำมันพืช 22 กรัม
  • น้ำมะพร้าว 16 กรัม
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ ปลายช้อน
ส่วนผสม ไส้ครีมมะพร้าวอ่อน
  • เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
  • น้ำตาลทราย 25 กรัม
  • กะทิกล่อง 125 มิลลิลิตร
  • น้ำมะพร้าว 75 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • แป้งถั่วเขียว 30 กรัม
  • เนยสด 15 กรัม
ส่วนผสม ครีมสดสำหรับปาดหน้าเค้ก
  • วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนชา
  • น้ำมะพร้าว 1 ช้อนชา
วิธีทำไส้ครีมมะพร้าวอ่อน
     1. ผสมเนื้อมะพร้าวอ่อน น้ำตาลทราย กะทิกล่อง น้ำมะพร้าว เกลือ และแป้งถั่วเขียวมาผสมกัน ตั้งไฟอย่าให้แรงมากแล้วก็คนเรื่อย ๆ เมื่อคนจนข้นได้ที่ก็ปิดไฟ แล้วใส่เนยสดลงไป คนให้ละลายพอดีกัน
2. ขูดมะพร้าวอ่อนให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นก็นำมาหั่นตามชอบ พักทิ้งไว้
วิธีทำ เค้กมะพร้าวอ่อน

     1. ร่อนแป้งกับผงฟูอย่างน้อย 2 รอบ
2. ผสมส่วนของของเหลวเข้าด้วยกัน เทแป้งลงไปในของเหลวแล้วคนเร็ว ๆ ให้เข้ากัน พอเข้ากันแล้วให้หยุดคน ไม่เช่นนั้นเค้กจะเหนียว
3. ตีไข่ขาวให้พอขึ้นฟอง จากนั้นใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลทีละน้อย ตีจนไข่ขาวตั้งยอดปานกลางเกือบแข็ง นำไปผสมกับแป้งที่ร่อนเตรียมไว้
4. เทใส่พิมพ์ นำเข้าอบประมาณ 20 นาที เช็กสุกโดยการใช้มีดปลายแหลมจิ้มไปตรงกลาง ไม่มีอะไรติดออกมาแสดงว่าสุกแล้ว

วิธีทำครีมสด
     ​​​​► ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน และตีให้ขึ้นฟู
วิธีประกอบตัวเค้ก

     1. หั่นเค้กเป็น 2 ชั้น ปาดไส้มะพร้าวลงไปตามชอบ จากนั้นก็ประกบเค้กทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน
2. ทาครีมสดให้ทั่วหน้าเค้ก และราดเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปอีกที จากนั้นนำไปแช่เย็นให้แข็งตัว

การตกแต่งห้อง ห้องในฝัน : ความคิดที่มีสไตล์ และคลาสมาสเตอร์

การตกแต่งห้อง ห้องในฝัน : ความคิดที่มีสไตล์ และคลาสมาสเตอร์
หลายห้อง ในฝันที่สวยงาม ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ความคิดที่มีสไตล์ อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงไม่กี่คน ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลง บางสิ่งบางอย่าง โดยเชื่อว่า สิ่งนี้ ต้องใช้เงิน ลงทุนจำนวนมาก ในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น เราจึง ได้เตรียม การฝึกอบรม ที่น่าสนใจ สำหรับ การนำไปใช้ซึ่งคุณสามารถใช้สิ่ง ที่มีอยู่แล้ว ในบ้านของคุณ ได้มากมาย

7

ตัวอักษร 3 มิติ
ความคิดนี้ จะดึงดูด นักเดินทาง หรือผู้ที่วางแผน จะ ค้นพบประเทศ และ เมืองใหม่ ๆ อย่างแน่นอน ตัวอักษรเชิงปริมาตร พร้อมแผนที่เมือง เป็นตัวเตือน ที่ดีที่สุด ที่คุณสามารถ ทำได้ด้วยมือ ของคุณเอง

สำหรับสิ่งนี้ เราจะเตรียมสื่อต่อไปนี้:

จดหมาย ที่ทำจากกระดาษแข็ง หรือ สไตรีน
แผนที่เมือง
กรรไกร ;
ดินสอ ;
แปรง ;
ฟองน้ำ ;
กาว PVA
สีขาว

ขั้นแรก ให้ครอบคลุมตัวอักษร ด้วยสีขาว ด้วยฟองน้ำ ทิ้งไว้ ให้แห้งสนิท
เราวางไพ่ บนโต๊ะ หรือผิวเรียบอื่น ๆ เราวางตัวอักษร ทั้งหมด ให้กะทัดรัด ที่สุดและ วาดรูปทรงด้วยดินสอ
ตัดจดหมาย ออกจากการ์ด อย่างระมัดระวัง
ทากาวลงบนจดหมาย ด้วยแปรง และใช้กาวเปล่า ออกจากการ์ด ทำซ้ำตัวอักษร แต่ละตัวแล้วปล่อยให้แห้งสนิท
การตกแต่ง อย่างมีสไตล์ ในรูปแบบ ของชื่อ เมืองพร้อมแล้ว! ขึ้นอยู่กับ ขนาดของ มันวางการตกแต่งบนโต๊ะ หรือ แขวนบนผนัง
หากคุณ ต้องการ คุณสามารถสร้างชื่อ หรือ ตัวอักษรตัวแรก ในลักษณะเดียวกัน และวางบนภาพถ่าย ที่คุณชื่นชอบ

22

หมอนสวนสนุก
แต่ละฤดูกาล ของปีมีความสวยงาม และ มีลักษณะ เป็นของตัวเอง ดังนั้น เราจึงเสนอ ไม่เพียง แต่ชื่นชม ความงา มบนท้องถนน แต่ยัง เพื่อเปลี่ยน การตกแต่งในห้อง ตัวอย่างเช่น ในฤดูใบไม้ร่วงคุณสามารถ ทำหมอน ที่ทันสมัย ด้วยรูปแบบ ที่สอดคล้องกัน – ใบสดใส

เราจะต้อง :

ปลอกหมอนอิง สีขาว หรือ สีเบจ
หมอน ;
ใบไม้เปลี่ยนสี
แปรง ;
ลูกกลิ้ง ;
สีสิ่งทอ
เหล็ก ;
กระดาษ ;
ผ้าฝ้าย

หากจำเป็น ให้รีด ฝาครอบเบาะ เพื่อกำจัด รอยพับ และ รอยพับส่วนเกิน บนพื้นผิ วการทำงาน เราวางกระดาษธรรมดา และ บนแผ่นกระดาษ ฤดูใบไม้ร่วง
เราวาดด้วยสี สิ่งทอ ในหลายชั้น คุณสามารถ ใช้เฉดสีใดก็ได้ แต่ในกรณีนี้ เราเลือกสีดำ
หมุน และ วางสีบนแผ่นหุ้มเบาะ
เราวางกระดาษ ชำระ ไว้ด้านบน แล้ว กดด้วยลูกกลิ้ง
เรานำ กระดาษชำระ และ แผ่นกระดาษออก ผลลัพธ์ ควรเป็นงานพิมพ์ ที่นุ่มนวล และ สวยงาม
เราทำซ้ำ สิ่งเดียวกัน โดยกระจายรูปแบบ ของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ตามดุลยพินิจ ของเรา
หากต้องการ คุณสามารถ ใช้หลายเฉดสี ในกรณีนี้ สีเป็นสีทอง
เราทำซ้ำขั้นตอน ก่อนหน้านี้ อย่างสม่ำเสมอ กระจาย ภาพพิมพ์ ของใบไม้
ทิ้งฝาครอบเบาะ ไว้หลายชั่วโมง จนแห้งสนิท
เราเปิดฝาครอบและให้ความร้อนเหล็กกับอุณหภูมิปานกลาง
หากต้องการคุณสามารถวางผ้าเช็ดตัวแบบง่าย ๆ บนหน้าปก
เหล็กและวางไว้บนหมอนตกแต่ง
ตกแต่ง รายละเอียด อย่างมีสไตล์ ในฤดูใบไม้ ร่วง พร้อมแล้ว!
การตกแต่ง หมอน ที่น่าสนใจ นั้นไม่ยากเลย เป็นแรงบันดาลใจ จากแนวคิด ใช้รายละเอียด ที่สวยงาม และ ผลลัพธ์ จะทำให้ คุณประหลาดใจ

23

แผงควบคุม ในรูปแบบ ของแผนที่โลก
เมื่อเร็ว ๆ นี้การสร้างภาพ ข้อมูล ได้รับความนิยม เป็นพิเศษ อาจเป็นความฝัน และเป้าหมาย หรือช่วงเวลา ที่คุณโปรดปราน จากวันหยุด ในรูปแบบ ของรูปภาพ สำหรับ การออกแบบ เราขอแนะนำให้สร้างแผ่นผนัง ในรูปแบบแผนที่โลก

เตรียมสิ่งต่อไปนี้:

แผนที่โลก
กลีบสเตชั่น
ม้วน;
เครื่องหมายหรือปากกา
ค้อน

บนแผนที่โลก เราทำบันทึกวงจร ที่คาร์เนชั่นจะอยู่
ขับกลีบ อย่างระมัดระวัง ตามแนวของภาพ ในอนาคต หากคุณมีปัญหา ในการถ่ายโอน คุณสามารถพิมพ์การ์ด ในขนาดที่เหมาะสม
ค่อยๆโอนคะแนนที่เหลือไปยังผนังในรูปแบบของดอกคาร์เนชั่น
เราจับเส้นหนึ่งของเส้นใหญ่แล้วดึงไปมาระหว่างหมุดสร้างแผง
โปรดทราบว่าคุณไม่เพียงต้องร่างเค้าโครงของแผนที่เท่านั้น แต่ยังต้องทำการตัดกันด้วย
เราเพิ่มรูปภาพรูปภาพและสิ่งสำคัญอื่น ๆ ที่คุณต้องการ

32

Monster Leaf Stand
การตกแต่งที่สวยงามมีสไตล์ไม่จำเป็นต้องมีมากมาย ตัวอย่างเช่นขาตั้งที่ผิดปกติในรูปแบบของแผ่นงานจะดึงดูดความสนใจอย่างแน่นอน มันสามารถใช้เป็นสำเนียงในห้องหรือดัดแปลงเพื่อเก็บเครื่องประดับ

สำหรับการทำงานมีความจำเป็นต้องเตรียม:

พื้นผิวการทำงานที่ราบรื่น;
ใบไม้ Monstera (คุณสามารถนำมาประดิษฐ์ได้);
pin กลิ้ง;
ดิน (พอลิเมอร์หรือแข็งตัวเอง);
น้ำ
แท่งไม้
สองแผ่นเพื่อปรับระดับดิน;
กระดาษทราย
ฟองน้ำ;
กระดาษอบ
ชาม

เพื่อเริ่มต้นกับเราคิดว่าดินเล็กน้อยและสร้างลูกบอลออกมาจากมัน
ทำให้เรียบขึ้นเล็กน้อยด้วย pin กลิ้ง
เราม้วนดินจนกระทั่งความหนาของมันคือ 2 ซม. หลังจากนั้นวางมันบนขอบของแผ่นและม้วนจนกลายเป็นแบน
เราวางแผ่น Monstera ลงบนดินแล้ววนวงกลมด้วยแท่งไม้
เราลบแผ่นและตัดดินส่วนเกินออก
ชิ้นงานนั้นบอบบางมากดังนั้นเราจึงค่อยๆนำไปวางบนกระดาษรองอบ เปียกฟองน้ำในน้ำและวาดไปตามชิ้นงานเบา ๆ เพื่อให้นุ่มนวลขึ้น
ใช้ไม้เราวาดเส้นเลือดบนที่ว่างเหมือนบนแผ่นสัตว์ประหลาด หลังจากนั้นเราก็วาดฟองน้ำที่เปียกหมาด ๆ
เมื่อรวมกับกระดาษรองอบแล้วเราจะนำที่ว่างเปล่าใส่ในภาชนะเพื่อให้ได้รูปร่างที่ต้องการ
ปล่อยให้แห้งสนิทไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน
เมื่อขาตั้งแห้งให้ดำเนินการเบา ๆ ด้วยกระดาษทรายเพื่อให้พื้นผิวเรียบ สถาปนิก

รีวิวซีรีส์ Secret Royal Inspector ภารกิจลับ ๆ ของผู้ตรวจการลับ

รีวิวซีรีส์ Secret Royal Inspector ภารกิจลับ ๆ ของผู้ตรวจการลับ


รีวิวซีรีส์ ยุคปัจจุบันกันเยอะแล้ว คราวนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ย้อนเวลากลับมายุคโซชอนกับซีรีส์พีเรียดเรื่อง Secret Royal Inspector ภารกิจการเป็นผู้ตรวจการลับที่อยู่ดี ๆ พระเอกของเราก็จับพลัดจับผลูได้เป็น หน้าที่คือคอยสอดส่องหาขุนนาง ข้าราชการที่ฉ้อฉล เหตุนี้เองจึงทำให้เหล่าขุนนางบางพวกต้องการให้ยกเลิกตำแหน่งนี้เสีย โดยอ้างว่าที่ผ่านมาเหล่าผู้ตรวจการลับต้องถูกฆ่าจากการปฏิบัติภารกิจจำนวนมาก แต่นั่นเป็นการเบี่ยงประเด็นเพื่อให้พวกเขาได้ทำผิดได้ง่ายขึ้นหากปราศจากผู้ตรวจการลับ

Secret Royal Inspector

ช่อง : KBS

วันออกอากาศ : วันจันทร์-วันอังคาร

เวลา : 21.30 น. (ตามเวลาเกาหลี)

จำนวนตอน : 16 ตอน

เรื่องย่อ

ซองอีกยอม รับบทโดย คิมมยองซู หรือที่เรารู้จักกันในนาม แอล Infinite อยู่ดี ๆ ก็ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ตรวจการลับให้พระราชา คอยสอดส่องหาตัวข้อราชการที่ฉ้อฉล ต้องเดินทางไปนอกเมืองเพื่อตามหาความจริง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปคนเดียว ทว่ามีผู้ร่วมทางไปอีก 2 คน คือ ฮงดาอิน รับบทโดย ควอนนารา กีแซงผู้มีใบหน้าอันงดงาม ใครได้มองก็เหมือนถูกมนตร์สะกด แต่ภายใต้ความสวยนั้น เธอใช้มันเพื่อคอยเป็นหูเป็นตาและคอยสอดแนมว่าเหล่าขุนนางที่มาหอนางโลมนั้นคิดจะทำการใด และคอยรายงานให้กับหัวหน้าราชเลขา ซึ่งเธอก็ได้รับหน้าที่ให้ติดตามซองกีคยอมไปยังนอกเมืองเพื่อเข้าไปเป็นกีแซงและสืบหาความบางอย่าง และยังมี พัคซุนซัม รับบทโดย อีอีคยอง คอยช่วยเหลือทั้งสองคนอีกแรงหนึ่ง แต่เรื่องราวมันไม่ใช่แค่นั้น เพราะผู้ตรวจการคนก่อนก็ถูกฆ่าตายหมด จนเหล่าขุนนางเรียกร้องให้ยกเลิกตำแหน่งนี้ไปเพราะอ้างว่าผู้บริสุทธิ์ต้องมาตาย แล้วทั้งสามคนจะช่วยกันเปิดโปงข้าราชการที่คดโกงและรักษาตัวรอดจากอันตรายรอบด้านที่พร้อมให้พวกเขาเผชิญหน้าได้ไหม ต้องติดตามกันต่อไป

รีวิวจ้ารีวิว

ถ้าจะบอกว่าเป็นซีรีส์พีเรียดที่มีความโรแมนติกอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะหลังจากที่ได้ดูแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้มีความ comedy สูงมาก ยิ่งตอนที่พระนางเจอหน้ากัน มีอันต้องต่อปากต่อคำกันตลอด ไม่มีใครยอมใคร แถมยังมีตัวละครที่สร้างสีสันให้เรื่อง เราขอเรียกว่ามีจังหวะโบ๊ะบ๊ะจะดีกว่า ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากเนื้อหาได้ดี เนื่องจากเส้นเรื่องค่อนข้างซีเรียส พอมีจังหวะโบ๊ะบ๊ะของพระนางแล้วทำให้เรื่องมันสนุกขึ้นกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นคือควอนนาราสวยมาก สวยจนต้องยอม จะสวยอะไรขนาดนี้ ส่วนแอลก็แสดงดีมากเช่นกัน ส่วนตัวเราได้มีโอกาสชมผลงานการแสดงของแอลเรื่อง The Emperor: Owner of the Mask แล้วชอบมาก ๆ พอมีเรื่องนี้มาอีกเราจะพลาดได้อย่างไร ใครกำลังหาซีรีส์คลายเครียด เราแนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ
ซากึกเรื่องใหม่ที่เล่าถึงการทำงานของผู้ตรวจการลับ ตำแหน่งพิเศษที่มีอยู่จริงในยุคโชซอน ผ่านการทำงานในลักษณะทีม สืบสวน และปลอมตัวเป็นสายลับ เพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ ที่มาพร้อมฉากแอคชั่นเท่ๆของ คิมมยองซู ที่มารับบทพระเอกที่เทพทั้งบู๊และบุ๋น แถมยังเสน่ห์แพรวพราว จนสายลับสาว สมาชิกรวมแก๊ง ที่รับบทโดย ควอนนารา ( ผลงาน : Itaewon Class / Doctor Prisoner) แอบประทับใจตั้งแต่ต้นเรื่อง (เรื่องนี้มีเลิฟไลน์ชัดเจน แต่ออกไปทางคู่รักคู่กัด มีฉากเขินๆบ้าง แต่ไม่ถึงกับหวานเลี่ยน) ปรุงเพิ่มด้วยเสียงฮา จากนักแสดงจอมขโมยซีน อีอีคยอง (ผลงาน : Welcome to Waikiki / Partners for Justice ) ที่มารับบทบ่าวประจำตัวของพระเอก ที่บางครั้งก็ไม่รู้จังหวะจนพาซวยไปทั้งแก๊ง แต่บางครั้งก็ช่วยเจ้านายไว้ได้แบบหวุดหวิด (แต่ทุกครั้ง รับประกันความฮา)
ส่วนผสมของความเท่ ความมัน ความรัก ความฮา ลงตัวและพาให้ซากึกเรื่องนี้ที่แม้จะไม่เข้มหนัก การเมืองจ๋า แต่ก็ดูได้สนุก ไม่น่าเบื่อ ไม่เครียดจนเกินไป สำหรับ 6 ตอนแรก ทำออกมาได้ดี กับคดีแรกที่จบลงไป และเรื่องราวเบื้องหลังของพระ-นาง ที่เราเริ่มรู้อะไรๆมากขึ้น และเข้าคดีที่ 2 ที่จะพาพระเอกของเราไปพบกับน้องชาย รับบทโดย อีแทฮวาน (ผลงาน : Graceful Friends / W: Two Worlds Apart) ที่ห่างเหินกันไป หลังจากเรื่องราวผิดใจกันในอดีต
จากภาพใบ้ใน intro ของซีรีส์ เดาว่าหลังคดีที่ 2 (ที่เพิ่งเริ่มต้นในตอนที 6) น่าจะมีอีก 2 คดี (น่าจะเกี่ยวกับ ฝิ่น และ วัด/พระ) ถ้าบวกกับเรื่องราวปมส่วนตัวของตัวละครหลัก ก็น่าจะมีเรื่องราวมากมาย พอให้อีก 10 ตอนที่เหลือ เข้มข้นและน่าสนใจไปตลอดเรื่อง

นับเป็นซีรีส์ย้อนยุครสกลอกล่อม ที่ดูง่าย สนุก ตลก ที่แนะนำเรื่องหนึ่งในช่วงนี้

รีวิวซีรีส์  ใครที่กำลังมองหาซีรีส์ที่มีทั้งความโรแมนติกด้วย comedy ด้วย ไม่ควรพลาดอย่างแรง ! มีทั้งการเชือดเฉือนฟาดฟันกันเพื่อพิสูจน์หาความจริงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการโกงคือใคร ข้าราชการ ขุนนางคนไหนที่หักหลังประชาชน ใช้อำนาจในทางมิชอบ สนุก ครบรสจริง ๆ

นักแสดงนำ
แอล (คิมมยองซู) รับบท ซองอีกยอม
ชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งแรงผลักดันใด ๆ กับชีวิตของตัวเอง แต่หลังจากที่สอบเข้ารับราชการในสำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริหารและค้นคว้าภายในราชสำนักโชซอน กระทั่งวันหนึ่ง เขาโดนจับขณะเล่นการพนัน และถูกบังคับให้รับหน้าที่เป็นผู้ตรวจราชการลับ หรือ Secret royal inspector … โดยเขาจะต้องเดินทางไปตรวจสอบและขุดรากถอนโคนเหล่าขุนนางที่ทุจริตต่อหน้าที่ … ทั้งนี้ ซองอีกยอมจะเป็นตัวดำเนินเรื่อง และพาเราไปพบกับการผจญภัยตามที่ต่าง ๆ ในขณะที่เขาต้องคอยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านไปด้วย

ควอนนารา รับบท ฮงดาอิน
หญิงสาวผู้งดงาม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความชาญฉลาด ซึ่งเหล่าชายหนุ่มต้องยอมสยบเพียงแค่เธอยิ้มออกมา แต่ใครจะรู้ความจริงที่ว่า เธอทำงานให้กับราชสำนักโชซอน ซึ่งร่วมงานกับซองอีกยอม

อีแทฮวาน รับบท ซองอีบอม
พี่ชายต่างสายเลือดของซองอีกยอม พ่อของเขาเป็นชนชั้นปกครอง แต่แม่ของเขาเป็นแค่เพียงสาวรับใช้ แล้วสถานการณ์ก็นำพาให้เขาเกิดขัดแย้งกับซองอีกยอม

อียีคยอง รับบท พัคชอนซัม
ผู้รับใช้ซองอีกยอม เป็นคนมีจิตใจดี น่ารัก และคุยเก่ง แต่ก็เป็นผู้ชายที่ร้องไห้เก่งมาก

Royal Secret Agant
암행어사:조선비밀수사단
เรื่องย่อ – synopsis
‘ผู้ตรวจการลับ’ ได้รับการแต่งตั้งจากองค์กษัตริย์โดยตรง เพื่อทำภารกิจพิเศษ เดินทางสู่บ้านเมืองอันห่างไกล สอดส่องการทำงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแบบลับๆ ทำหน้าที่แทนกษัตริย์ กำจัดอำนาจอยุติธรรมที่กดขี่ประชาชน คืนความสุขสู่ราษฎร

ซองอีกยอม (รับบทโดย คิมมยองซู ผลงาน : The Emperor: Owner of the Mask / Angel’s Last Mission: Love) สอบเข้ารับราชการด้วยคะแนนสูงสุด แต่เขากลับทำงานเช้าชามเย็นชาม และมีความสุขกับการเล่นพนันกับเพื่อนร่วมงานไปวันๆ สุดท้าย วันหนึ่งเขาก็โดนจับได้ เมื่อหัวหน้าราชเลขาพบว่าความจริงเขาเป็นผู้มีความสามารถ จึงลงโทษเขาด้วยการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้ตรวจการลับ” เพื่อสืบหาความจริงเรื่องการหายไปของผู้ตรวจการลับที่ได้รับภารกิจไปก่อนหน้านี้

นอกจากการหายไปของผู้ตรวจการคนก่อน เขายังพบความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษี และ ชายวัยแรงงานที่ถูกนำออกไปจากเมือง และไม่เคยได้กลับมา ความจริงเบื้องหลังความทุกข์ของชาวบ้านครั้งนี้คืออะไร เขาจะช่วยหาต้นตอ และสะสางความอยุติธรรมนี้ได้หรือไม่ ติดตามเรื่องราวภารกิจ ของท่านผู้ตรวจการลับ ได้ใน Royal Secret Agent รับชมพร้อมซับไทยวันเดียวกับเกาหลี ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 19.30 น. ที่ iQIYI
#เกร็ดเกี่ยวกับ ‘ผู้ตรวจการลับ’
ผู้ตรวจการลับเป็นตำแหน่งพิเศษที่แต่งตั้งโดยตรงจากกษัตริย์ โดยจะทรงมอบหมายภารกิจ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำงานไม่นาน (ไม่รู้จักเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ป้องกันการช่วยเหลือ เล่นเส้นสาย) แบะเป็นคนหนุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง เพราะการทำงานต้องมีการเดินทางไปยังเมืองห่างไกล และอาจต้องใช้เวลานาน
เมื่อเริ่มต้นภารกิจ จะได้รับพระราชทาน จดหมายแต่งตั้ง รายละเอียดภารกิจ และ ป้ายผู้ตรวจการ(รูปม้า) และระหว่างภารกิจสามารถจัดการปลด เจ้าหน้าที่ที่มีความผิด ได้ทันที ในนามของกษัตริย์ เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นจะเข้ารายงานรายละเอียดกับองค์กษัตริย์โดยตรง

ผู้ตรวจการลับ ช่วยลดการโกงกินในยุคโชซอนได้อย่างมาก แต่กลับมีปัญหามากมาย ตัวอย่างเช่นปัญหาเรื่องเงินที่ใช้ระหว่างภารกิจที่อาจไม่พอ ต้องควักกระเป๋าตัวเอง หรือบางกรณีอาจถึงขั้นต้องขอทานเพื่อเป็นทุนในการปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ก็คือ มีผู้ตรวจการเพียง 30% เท่านั้น ที่รอดชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจ(อีก 70% ตุยหมดจร้าาาา) ซึ่งการตายของผู้ตรวจการอาจะเกิดจากสัตว์ร้าย หรือโจรปล้นระหว่างการเดินทาง หรือโดนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่โกงกิน ดูหนังออนไลน์