ข้าวเกรียบปากหม้อ พร้อมสูตรวิธีการทำ

ข้าวเกรียบปากหม้อ พอหายหนาวก็ทยอยปิดตัวลงเช่นกัน ก็แหม… ทั้งไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากหม้อ คงไม่มีใครทำขายในช่วงฤดูร้อนกัน แต่ก็มีอยู่นะ บางร้านทำขายกันตลอดปี

ส่วนผสม แป้งข้าวเกรียบปากหม้อ
• แป้งข้าวเจ้า ประมาณ 1 ถ้วย (ขอใช้คำว่าประมาณนะ เพราะทำทีไรไม่ค่อยตวง จะกะ ๆ เอา)
• แป้งมัน ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
• แป้งท้าวยายม่อม ประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ (แป้งชนิดนี้ใส่มากไม่ได้จะทำให้เหนียวเกินไป)
• น้ำเปล่า 1 ถ้วย (โดยประมาณ)

ส่วนผสม ไส้หมู
• หอมแดง 6-7 หัว
• รากผักชีกับเม็ดพริกไทย
• หมูบด
• ไชโป๊เค็มสับ
• น้ำปลา
• น้ำตาลปี๊บ
• น้ำตาลทราย
• ถั่วลิสงคั่วป่น 4-5 ทัพพี
• กุ้งแห้งปั่นละเอียด 1 กำมือ

วิธีทำ ข้าวเกรียบปากหม้อ
1.ไชโป๊เค็มสับ ก่อนใส่ลงไปให้เอามาล้างน้ำหลาย ๆ น้ำ แล้วบีบน้ำออก แตะลิ้นดูหากไม่เค็มแล้วเป็นใช้ได้
2.สับหอมแดง หนนี้ไม่ใช้กระเทียม เพราะเป็นอาหารว่าง ใช้หอมแดงจะมีกลิ่นหอมไปอีกแบบ
3.นำรากผักชีกับเม็ดพริกไทย โขลกให้ละเอียด
4.ใส่น้ำมันเล็กน้อยในกระทะ ใส่หอมแดงลงผัดให้หอม ใส่รากผักชีและเม็ดพริกไทยที่โขลกแล้วลงผัด หมูบด ใส่ไชโป๊ลงไปผัด
5.ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย หากไม่เค็มค่อยใส่ตามทีหลังได้ น้ำตาลปี๊บกับน้ำตาลทราย ถั่วลิสงคั่วป่น เพิ่มเติมภายหลังได้อีกเช่นกัน กุ้งแห้งปั่นละเอียด ผัดไปเรื่อย ๆ จนได้ที่ เราได้ไส้ของข้าวเกรียบปากหม้อแล้ว
6.บางคนเรียกไส้หมู บางคนเรียกไส้ไชโป๊ บางคนเรียกไส้หวาน ก็แล้วแต่บ้านใครจะเรียก ไส้ชนิดนี้ควรมีรสหวานกับเค็มไปพร้อม ๆ กัน แต่อย่าปรุงเค็มมากนักจะดีกว่า
7.คราวนี้มาเตรียมหม้อกัน หาหม้อปากกว้าง ๆ หน่อย ชนิดไม่มีหูจับ ไปซื้อผ้าขาวที่ร้านแขกนะ บอกแขกขายผ้าเขาไปว่า “ซื้อผ้าที่เอาไปทำข้าวเกรียบปากหม้อ” เขาจะบอก “อ๋อ ! ผ้าโทเร” เออ… นั่นแหละ ! จะเรียกอะไรก็ช่าง เอาผ้าที่ทำข้าวเกรียบได้ก็แล้วกัน เอาไปซักด้วยน้ำเปล่าก่อน 1 รอบ ตัดผ้าเจาะรูเล็กน้อย เสร็จแล้วนำมาขึงที่ปากหม้อให้ตึง หายางมารัดให้แน่น ก่อนเอาผ้าขึงให้ใส่น้ำลงหม้อก่อน แล้วนำไปตั้งไฟจนน้ำเดือด
8.คราวนี้มาทำตัวแป้ง ประกอบไปด้วย 3 ชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งท้าวยายม่อม
9.ใส่แป้ง 3 ชนิด ลงหม้อผสม
10.เติมน้ำเปล่า
11.คนให้เข้ากัน ก็จะได้ประมาณนี้ ไม่เหลวและไม่ข้นจนเกินไป
12.เมื่อน้ำเดือดปุด ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาละเลงแป้ง ตักแป้งประมาณ 1/2 ทัพพี เทลงบนปากหม้อแล้วใช้ทัพพีเกลี่ย ๆ เป็นวงกลม อย่าบางเกินและหนาเกิน ตอนที่ทำ 2-3 แผ่นแรกมักจะเสีย เพราะอะไรก็ไม่ทราบได้ เหมือนผ้ายังไม่รู้จักแป้งดี แต่แผ่นต่อไปจะดีเอง ตรงนี้หากแป้งขาดง่ายก็แสดงว่าเจือจางไป ให้เติมแป้งข้าวเจ้าลงไปทีละนิด แล้วละเลงดู คือบอกไม่ถูก ต้องกะ ๆ เอา หาความพอดีเอาเอง
13.พอละเลงแป้งแล้วก็ให้รีบปิดฝาหม้อ ประมาณ 40 วินาที เวลาเปิดฝาปั๊บ สังเกตแผ่นแป้งจะพองออกมาจากตัวผ้า นั่นคือแป้งที่ใช้ได้ ตักไส้ใส่ลงไป หากบ้านใครมีหม้อใหญ่กว่านี้ ก็จะทำได้ 4 ชิ้นต่อ 1 ครั้งเลย
14.ใช้พายยางหรือสปาตูล่าจุ่มน้ำปาดแป้งขึ้นมาหุ้มไส้ พับข้างละ 1 ครั้งพอ ถ้าใครขยันจะพับจีบ 4 มุมก็ได้ แต่เราพับ 2 ครั้งพอ แค่ด้านซ้าย-ขวา ในภาพอาจดูเหมือนน้ำไม่เดือดเพราะไม่เห็นไอน้ำเลย แต่ขอโทษเถอะ มือหนึ่งจับพายยางจีบแป้ง มือหนึ่งจับกล้องถ่าย ปากหนึ่งก็เป่าไอน้ำไปด้วยเพื่อไม่ให้เข้ามาที่เลนส์ อุ๊ย… ช่างดูวุ่นวาย
15.เสร็จแล้ว ใช้ใบตองตัดเป็นแฉก ๆ มัดติดตะเกียบ จุ่มน้ำมันกระเทียมเจียว เอามาทา ๆ แป้งข้าวเกรียบไม่ให้ติดกัน
16.จัดใส่จาน เป็นอันเสร็จ

แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *